ใจ...แม้มีหนี้

จิตติมา ยอดปราง
05 Jul 2018

ที่มา : หนังสือสบายใจ...แม้มีหนี้
ผู้แต่ง : พรพิมล ปฐมศักดิ์


 


"สบายใจ...แม้มีหนี้" ประโยคนี้ฟังดูแล้ว อาจจะแปลกๆ จะเป็นไปได้ด้วยหรือ คนเราเป็นหนี้แล้วจะสบายใจได้อย่างไร???


คำตอบ.... ได้สิ! จากหนังสือ "สบายใจ...แม้มีหนี้" เล่มนี้ ผู้เขียนเขียนจากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับงานปล่อยสินเชื่อมานานได้เห็นสารพันปัญหาหนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนที่อยากสร้างโอกาสให้ตัวเอง แต่ไม่ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงิน จนต้องหันไปหาหนี้นอกระบบ ที่กลับสร้างผลเสียให้ภายหลัง ปัญหาของคนที่ไม่อยากเป็นหนี้ จนยอมปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดลอยไป ปัญหาของคนที่เป็นหนี้แล้ว แต่บริหารจัดการไม่เป็นจนหนี้สินล้นพ้นตัวในที่สุด ตลอดจนถึงมุมมองด้านลบที่มีต่อคำว่า "หนี้สิน" ... เปลี่ยนมุมมองเรื่องหนี้ให้เป็นด้านบวก ชี้ประโยชน์ของหนี้ที่สามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ตัวเอง พร้อมกับเผยวิธีที่จะเป็นหนี้อย่างไร ให้มีความสุข


ขึ้นชื่อว่า “หนี้” คงไม่มีใครอยากเป็นหรืออยากจะมีกันนัก เพราะการเป็นหนี้ทำให้หลายๆคนทุกข์ กังวลใจ ไม่สบายใจ กินไม่ได้นอนไม่หลับ แต่การเป็นหนี้ก็ไม่ได้มีแต่แง่ลบอย่างเดียว ประโยชน์ของการมีหนี้ก็มีเช่นเดียวกัน ประเภทของหนี้ก็มีหลากหลายที่คุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการ และเหมาะสมกับตัวคุณเอง อีกทั้งยังมีคำแนะนำดีๆ สำหรับการมีหนี้แล้วยังทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขได้อีกด้วย ตามคำแนะนำดังนี้


"หนี้" ไม่ใช่อาชญากรรม ไม่ใช่เรื่องผิดกฏหมาย ไม่ใช่เรื่องผิดที่จะมี อย่ากลัว อย่าไประแวง แล้วก็อย่าอาย มีคนอีกตั้งมากมายที่เป็นหนี้ โดยที่คุณไม่รู้ เพียงแค่เค้าไม่ได้บอก บางคนที่คุณเห็นว่าดูมีฐานะ ดูร่ำรวย มีความสุขกันนั้น หลายๆคนก็อาจจะกำลังเป็นหนี้อยู่ และเป็นไปได้ว่าหนี้นี่แหละที่ทำให้พวกเขามีความสุข เพราะฉะนั้นท่องไว้เลยว่าเป็นหนี้ก็มีความสุขได้ และเมื่อเป็นหนี้ก็ต้องรู้จักวิธีการจัดการกับหนี้ ซึ่งมีอยู่หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็ขึ้นอยู่กับประเภทของลูกหนี้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นลองมาสำรวจตัวเองดูว่าคุณจัดอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ประเภทไหน และควรเลือกจัดการกับหนี้ของคุณด้วยวิธีไหน ตัวอย่างเช่น


- มือใหม่หัดกู้


สำหรับคนที่เพิ่งมีหนี้สินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิตครั้งแรกในชีวิต อย่าไปกังวลและตื่นเต้น คติพจน์ง่ายๆคือ “รักษาเครดิตไว้ให้ดีเพื่ออนาคตที่สดใส” การยึดถือคติพจน์ดังกล่าวยังเป็นฐานที่ดีให้คุณได้ฝึกนิสัยสำหรับการบริหารหนี้ในครั้งต่อๆไป รักษาเครดิต คือ การจ่ายตรง จ่ายครบ ไม่เพิ่มหนี้สิน


สำหรับลูกหนี้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ มีวันสำคัญทั้งหมด 3 วันที่ควรจำไว้ให้แม่น


1.วันตัดรอบบัญชีของคุณ (Cycle Cut Date)


2.ช่วงวันที่คุณควรได้รับใบแจ้งยอด (Billing Statement Receiving Date)


3.วันครบกำหนดชำระหนี้ (Payment Due Date)


หากจำวันสำคัญได้แล้ว ก็ต้องหาเงินมาจ่ายเจ้าหนี้ด้วย ไม่ใช่จำแล้วเก็บเอาไปกลุ้มอกกลุ้มใจอย่างเดียว


- นักบริหารหนี้สุดเก๋า


หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้แล้วถือว่าคุณเป็นนักบริหารหนี้จนเป็นกิจวัตรประจำวัน คุณเป็นพวกมีประสบการณ์การบริหารหนี้มาบ้างแล้ว และเท่าที่ผ่านมาถ้าคุณยังไม่เคยเจอปัญหาดังต่อไปนี้ ก็ขอแสดงความยินดีด้วย เพราะว่าคุณเป็นคนที่มีความสุขได้ถึงแม้จะมีหนี้ ปัญหาที่ว่านั้น คือ


- มีการผวา นอนไม่หลับ ตกใจง่าย ใจสั่น มือสั่น เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้


- ใช้วงเงินเต็มทุกครั้ง และดีใจมากเมื่อผู้ให้สินเชื่อเพิ่มวงเงินให้อีก


- อยู่กับการชำระขั้นต่ำมาตลอด


ถ้าคุณเจอปัญหาข้อใดข้อหนึ่งในนี้ หมายความว่า คุณอาจจะต้องกลับไปฝึกฝนตัวเองใหม่ แต่ถ้าหากกลับไปฝึกฝนแล้วยังไม่สามารถรับสถานการณ์ที่เผชิญได้ ก็ต้องรวมคุณไปอยู่ในประเภทที่สามที่จะกล่าวต่อไปนี้


- ลูกหนี้ประเภท หนี้เกินตัว


หากคุณต้องชำระหนี้ในแต่ละเดือนมากกว่ารายรับที่คุณได้ จนต้องทำให้คุณต้องเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตขั้นพื้นฐานไป เช่น ย้ายที่อยู่ไปอยู่ที่ค่าเช่าราคาถูก หรือต้องจำนวนของมีค่าที่มีอยู่ไปใช้จ่ายหนี้ หรือวิ่งหาหยิบยืม เพื่อน พ่อ แม่ เพื่อมาชำระหนี้ แปลว่าคุณตกอยู่ในกลุ่มมีหนี้เกินตัวซะแล้ว


- ลูกหนี้ประเภท อยากหนีหนี้


หากคุณเป็นลูกหนี้ประเภทนี้ นั่นหมายความว่าคุณเป็นคนที่มีหนี้หนักมากเกินกว่าจะแบกรับได้ คติพจน์ของคุณก็คือ เผชิญหน้า อย่าหนี การหนีทำให้คุณเสียประวัติ ตราบใดที่คุณยังต้องการวงเงินในระบบเพื่อมาหล่อเลี้ยงชีวิตประจำวันหรือทำธุรกิจในอนาคต การหนีหนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ดี


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเคล็ดลับการบริหารหนี้ แต่เพื่อไม่อยากเป็นหนี้เกินตัว ก็ต้องวางแผนการใช้เงินอย่างฉลาด วางแผนให้ดีก่อนว่าจะใช้อะไรก่อนหลัง วางแผนการคืนหนี้ อย่ามีหนี้ทีเดียวหลายๆที่ และมีวินัยทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนชำระหนี้ในแต่ละเดือน หรือวินัยการไม่ก่อหนี้ที่ไม่จำเป็นเพิ่ม เพียงเท่านี้คุณก็สามารถอยู่กับหนี้ได้อย่างมีความสุขแล้ว