อายุเท่าไรก็รวยได้ ถ้าใช้เงินเป็น

จิตติมา ยอดปราง
17 Oct 2018

ที่มา : หนังสือ อายุเท่าไรก็รวยได้ ถ้าใช้เงินเป็น (Everyone can be rich)
เขียนโดย : สุวภา เจริญยิ่ง
ภาพประกอบ : pixabay.com



เมื่อกล่าวถึง "คุณสุวภา เจริญยิ่ง" หรือ นักเขียนหนังสือเล่มนี้ ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่เป็นแฟนคลับของนักเขียนท่านนี้ และพอจะทราบกันอยู่แล้วว่าท่านเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในแวดวงการเงินมาอย่างยาวนาน และเล่าเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้น่าฟังมาก


ภายในหนังสือเล่มนี้ ได้มีการเล่าเรื่อง การใช้เงินตามช่วงวัย - ช่วงชีวิตต่างๆ เรามีการใช้เงินที่ต่างวัตถุประสงค์ ซึ่งเนื้อหาไม่ได้เน้นอะไรวิชาการมาก แต่เน้นการปฏิบัติ และแนะนำเทคนิคง่ายๆ ให้เรานำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน


4 ช่วงชีวิตที่เกี่ยวกับการใช้เงิน (ในหนังสือแบ่งออกเป็น 4 ช่วงให้อ่านง่าย) ดังนี้


1. วัยเรียน วัยทำงานตอนต้น (การใช้เงินและการออม)
2. วัยทำงานสร้างรากฐานชีวิต (สถานะทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้)
3. วัยสร้างครอบครัว (การซื้อบ้านและการสร้างงบดุลในครอบครัว)
4. วัยเตรียมพร้อมเพื่อการเกษียณอายุ (การลงทุนแบบรอบด้าน)


หากเปรียบกับแนวทางในการส่งเสริมความรู้ด้าน Financial Literacy ของ SET เอง ก็แอบมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้าง ซึ่งประกอบได้ด้วยเรื่องราว 4 รู้ = รู้หา รู้เก็บ รู้ใช้ รู้ลงทุน


ผมขอยกเนื้อหาบางช่วงบางต่อมาเขียนให้ทุกท่านได้เห็นภาพรวมของหนังสือเล่มนี้สักนิดดีกว่า


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ เป็นตอนหนึ่งที่ผมอ่านแล้วชอบเทคนิคมากๆ นักเขียนได้กล่าวว่า "ก่อนฉลากมักต้องโง่ก่อนเสมอ" ลองมาทำความรู้จักกับ "ตอนที่ไม่ฉลาดซื้อ"กันหน่อยดีกว่า เช่น


1) ซื้อของที่ไม่จำเป็น
2) ซื้อของที่ไม่ได้ใช้
3) ซื้อของที่คาดว่าจะได้ใช้ในอนาคต
4) ซื้อของที่เกินเงินในกระเป๋า
5) ซื้อของผิดเวลา
6) ซื้อของี่ไม่เหมาะกับตัวเรา
7) ซื้อเสื้อผ้าที่คิดว่าถ้าผอมลงจะใส่ได้
8) ซื้อของโดยคิดว่าคนอื่นชอบเหมือนเรา
9) ซื้อเพราะทนคนขายไม่ไหว
10) ซื้อด้วยอารมณ์


ข้อคิดที่ได้คือ เมื่ออ่านแล้วลองสำรวจการซื้อของของตัวเราเองว่าตรงกับลักษณะต่อไปนี้หรือไม่ ถ้าอยาก "ฉลาดซื้อ" ให้ทำตรงกันข้ามกับสิ่งที่อยู่ข้างบน


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


การกำหนดเป้าหมายโดยใช้หลักการ SMART


S - Specific = ต้องการเก็บเงินออมให้ได้ 4 ล้านบาท
M - Measurement = ใช้เวลา 20 ปี ปีละ 200,000 บาท (เดือนละ 16666.66 บาท) วัดผลทุก 6 เดือน
A - Achievement = ปัจจุบันรายได้เดือนละ 70000 บาท น่าจะเก็บได้ตามเป้าหมายข้างต้น
R - Reas แบ่งเงินออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งลงในกองทุน RMF เพื่อช่วยลดภาษี อีกก้อนเอาไปลงในตราสารทุนเพราะยังรับความเสี่ยงได้เยอะ
T - Timing = ติดตามผลตามช่วงเวลาและดูอัตราการเติบโตของผลตอบแทนด้วย


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


การสอนลูกให้รู้เรื่องเงิน


1. กำหนดขอบเขตการใช้เงิน
2. สอนเรื่องการอดออม
3. เป็นตัวอย่างที่ดี
4. สร้างคำขวัญประจำครอบครัว
5. สรรหากิจกรรมทำร่วมกัน
6. หัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย
7. สอนให้เข้าใจความแตกต่างระหว่างของที่ต้องใช้กับของที่ต้องการ
8. ของที่ต้องการ ถ้าเหมาะสม ควรเก็บเงินค่าขนมซื้อเอง
9. ชื่นชมและให้กำลังใจเมื่อทำดี
10. พยายามทุกทางให้เขารักการเรียน


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


นอกจากนี้ ภายในหนังสือเล่มนี้ยังได้รวบรวม คำคมที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ให้อ่านอย่างต่อเนื่อง (คั่นในแต่ละบท) เช่น
- รางวัลของสิ่งที่เรียกว่ายอดเยี่ยม คือ การได้สร้างมันขึ้นมา
- เงินไม่ได้ทำให้เกิดความคิด แต่การคิดได้ต่างหากที่ทำให้เกิดเงิน
- อิสรภาพมิได้หมายถึงการเปลี่ยนใจตามอารมณ์ หากหมายความถึง ความเด็ดเดี่ยวที่ก้าวไปบนเส้นทางสายที่ปรารถนา
- ฯลฯ


เอาเป็นว่าผมขอแนะนำให้ผู้ที่เริ่มต้นอยากจะเรียนรู้เรื่องการจัดการเงินส่วนบุคคลควรอ่าน และต่อยอดไปสู่เรื่องการลงทุนต่างๆ ได้


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::