ออมหุ้น & ออมกองทุน เลือกแบบไหนดี ?

จิตติมา ยอดปราง
28 May 2020

ออมหุ้น & ออมกองทุน เลือกแบบไหนดี ?


ที่มา : วารสาร การเงินธนาคาร ฉบับเดือนพฤษภาคม 2561


เขียนโดย โดย คุณสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด


--------------------------------------------------------




ช่วงหลายปีที่ผ่านมามีนักลงทุนมือใหม่ให้ความสนใจการออมแบบรายเดือนมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับคนไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการออม แต่มีคำถามหนึ่งที่หลายคนอยากรู้ นั่นคือ จะเลือกออมอะไรดี?? ระหว่างออมในบัญชีเงินฝาก ออมกองทุนรวม หรือออมหุ้น และการออมทั้ง 3 แบบ แตกต่างกันอย่างไร


I. ออมในบัญชีเงินฝากธนาคาร


เป็นที่นิยมมาก ทุกคนคุ้นเคยกันดี ซึ่งมีข้อดีคือ มีสภาพคล่องสูง จะฝากจะถอนเมื่อไรก็ได้ ความเสี่ยงต่ำ เงินต้นไม่ลด ไม่ต้องมีความรู้อะไรมากมาย ยังไงก็ได้ดอกเบี้ย


แต่ข้อด้อยก็คือ ผลตอบแทนต่ำมาก เนื่องจากความเสี่ยงต่ำ ในขณะที่เงินเฟ้อมีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ผลตอบแทนที่ได้หักเงินเฟ้อจะเหลือน้อยมาก หรืออาจน้อยกว่าเงินเฟ้อ ซึ่งจะทำให้อำนาจซื้อลดลงในระยะยาว


ดังนั้น การออมในบัญชีเงินฝากจึงเหมาะสำหรับไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือเก็บเพื่อสำรองฉุกเฉิน สำหรับกรณีฉุกเฉินควรออมไว้ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนก็เพียงพอ ถ้าต้องการออมเพื่อเป้าหมายเงินล้านคงต้องหาวิธีอื่น


II. ออมกองทุนรวม


การลงทุนในกองทุนรวมจะมีผู้จัดการกองทุนดูแลเงินที่เราลงทุนไป เราไม่ต้องติดตามเลือกการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ด้วยตนเอง แค่มีความรู้ความเข้าใจเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมก็พอแล้ว และเข้าไปดูผลการลงทุนเป็นครั้งคราวไป


กองทุนมีหลายประเภท หลายความเสี่ยง เช่น กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมหุ้น กองทุนรวมในสินทรัพย์ทางเลือกและอื่นๆ ข้อดีก็คือ เปิดโอกาสให้เราจัดสรรเงินลงทุนได้ตามสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อโอกาสได้รับผลตอบแทนที่เพียงพอต่อความต้องการ ในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม แต่ก็ควรหลีกเลื่องการลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงเกินจำเป็น เช่น กองทุนที่มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อย่างกองทุนน้ำมัน หรือสินค้าโภคภัณฑ์ หรือกองทุนที่เราไม่เข้าใจ และไม่สามารถติดตามสภาวะการลงทุนเองได้ สุดท้าย อย่าลืมดูแลการออมกองทุนเป็นระยะๆ ด้วย สักปีละ 1-2 ครั้ง


III. ออมหุ้น


การออมหุ้นถือว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าการออมในรูปแบบอื่นๆ แต่ถือว่าเราได้เป็นเจ้าของกิจการบริษัทนั้นด้วย และหากบริษัทมีการจ่ายเงินปันผลเราก็จะได้รับปันผลนั้นเช่นกัน และมีโอกาสได้ปันผลสูงหากเลือกหุ้นถูกตัว แต่ถ้าเลือกผิดก็อาจจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ หากลงทุนในหุ้น ต้องมั่นใจว่ามีความรู้มากพอในตัวบริษัทที่จะลงทุน โดยมีเกณฑ์คัดเลือกหุ้นระยะยาวไว้พิจารณา 3 อย่าง คือ


1. หุ้นนั้นต้องมีปัจจัยพื้นฐานดี มีความสามารถในการแข่งขัน เป็นหุ้นเติบโต


2. บริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็น Mega Trend เป็นหุ้นที่มีอนาคตเป็นไปตาม Trend ที่กำลังจะเกิดขึ้น เช่น ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หรือนโยบายของรัฐที่มีการกระตุ้นการท่องเที่ยว การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อรองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เทรนด์เหล่านี้จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนในระยะยาว


3. ไม่ออมหุ้นในตัวเดียว ควรกระจายการออมอย่างเหมาะสม ในหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อลดโอกาสที่จะเลือกหุ้นผิดได้ระดับหนึ่ง


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับตัวเลือกการออมทั้ง 3 รูปแบบ ไม่ว่าจะเลือกออมในธนาคาร กองทุนรวม หรือออมหุ้น การจะไปให้ถึงเป้าหมายได้นั้น สิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ วินัย ถ้าเริ่มออมตั้งแต่อายุยังน้อยก็จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้ได้เร็วกว่าเริ่มต้นเมื่ออายุมากเพราะอัตราผลตอบแทนสะสมทบต้นไปเรื่อยๆ นั่นเองครับ ลองพิจารณาดูให้เหมาะกับแต่ละคนนะครับ


::::::::หนังสือแนะนำ::::::::




คู่มือ Scan หุ้น




เพชรในตลาดหุ้น




รวยด้วยกองทุนรวมไม่ยาก




คู่มือเริ่มต้นลงทุนกับกองทุนรวม




เรียนรู้ด้านการเงินและการลงทุนได้ไม่รู้จบ ผ่านคลังความรู้ขนาดใหญ่ที่มีหนังสือกว่า 20,000 เล่ม ได้ที่ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครับ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 – 21:00 น. เดินทางสะดวกโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ออกประตู 3 ติดตามความรู้ที่น่าสนใจ กิจกรรม และหนังสือใหม่ของห้องสมุดคลิก http://www.maruey.com


--------------------------------------------------------