ลงทุนแบบป้าแอนน์

จิตติมา ยอดปราง
08 Oct 2019

ที่มา : หนังสือลงทุนแบบป้าแอนน์
ผู้แต่ง : ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


การลงทุนของนักลงทุนในปัจจุบัน โดยเฉพาะนักลงทุนหน้าใหม่ มักมีวิธีการลงทุน โดยยึดต้นแบบการลงทุนของ วอเร็น บัฟเฟตต์, ปีเตอร์ ลินช์, เบน เกรแฮม หรือ จอร์จ โซรอส คงเป็นเพราะความสำเร็จที่โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงวิธีการและหลักการของเขา แต่อย่างไรก็ตามวิธีการของบุคคลเหล่านี้ บางครั้งก็อาจจะยากสำหรับ “คนธรรมดา” ซึ่งเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ หรือคนที่ยังไม่มีพื้นฐานทางการเงิน หรือคนที่ไม่มีการวิเคราะห์ที่แม่นยำ ก็จะไม่สามารถหาหุ้นที่มีผลตอบแทนที่ดีได้


อะไรคือหลักเกณฑ์สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่จะรู้ว่า หุ้นอะไรดี? หรือหุ้นอะไรไม่ดี? หุ้นตัวไหนซื้อได้ถูกหรือซื้อได้แพง เรื่องแบบนี้ดูเหมือนจะง่าย แต่ทำยาก ดังนั้นนักลงทุน “สมัครเล่น” จึงต้องหาวิธีการของตนเอง ด้วยการ ”ลองผิดลองถูก” แต่สุดท้ายแล้ว “ผิดมากกว่าถูก”


แนวทางการลงทุนแบบหนึ่งที่เหมาะกับนักลงทุนที่มี “ความสามารถ” จำกัด แต่มีความตั้งใจ และมีวินัยที่จะลงทุน แม้ในระยะเวลาสั้นๆ อาจคิดว่าลงทุนผิด แต่ถ้าหากลงทุนระยะก็จะเห็นผลตอบแทนที่คุ้มค่า นั่นคือการลงทุนในแบบของแอนน์ ไซเบอร์ นักลงทุนรายย่อยผู้ยิ่งใหญ่


แอนน์ เคยเป็นพนักงานตรวจภาษีธรรมดาๆ คนหนึ่ง ซึ่งเธอได้เกษียณตัวเองด้วยวัย 51 ปี ซึ่งในระหว่างที่เธอทำงานนั้นเงินเดือนของเธอไม่มากนัก (เธอเกิดในช่วงยุคสมัย รัชกาลที่ 5 เมื่อเปรียบเทียบกับยุคสมัยในประเทศไทย) แต่หลังจากเธอเกษียณอายุเธอได้ใช้เงินเพียง 5,000 เหรียญเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับเข้ามาในตลาดหุ้นอีกครั้ง (ประมาณปี ค.ศ. 1944) จากเดิมเธอให้เงินเจ้าหน้าที่ที่เป็นโบรกเกอร์บริหาร จากเงินเริ่มต้นเพียง 5,000 เหรียญ แต่เมื่อถึงวันที่เธอเสียชีวิตพอร์ตของเธอโตขึ้นกลายเป็น 22 ล้านเหรียญ


หลักการลงทุนของแอนน์สรุปได้ดังนี้


1. ลงทุนในบริษัทที่ผลิตสินค้าที่มียี่ห้อ “ดัง” และเป็นสินค้าที่เธอรู้จักดี และมี โอกาสได้ใช้ตลอดไป เช่น ยา และอาหาร


2. บริษัทที่มีผลประกอบการหรือกำไรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี โดยที่เธอไม่สนใจว่าจะ ถูกหรือแพง นั่นแปลว่าเธอไม่สนใจค่า PE ซึ่งมันดูยากในความคิดของเธอ ถ้ากำไรของบริษัทโตขึ้นเรื่อยๆ ราคาหุ้นก็จะสูงขึ้นตาม ถ้าคิดว่าจะถือระยะยาว ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะซื้อถูกหรือแพง


3. เมื่อได้รับเงินปันผลก็จะนำเงินนั้นไปลงทุนในหุ้นอีก ซึ่งถ้าหุ้นตกเธอก็จะได้ของถูก โดยจะเห็นได้ว่าหุ้นที่ได้ก็จะเฉลี่ยราคาลง เป็นคล้ายๆ การที่เรียกว่า DCA คือการซื้อสะสมไปทุกๆ เดือน หรือว่าทุกครั้งที่ได้เงินมา ดังนั้นราคาต้นทุนของหุ้นก็จะไม่สูงหรือต่ำ แต่เป็นหุ้นของกิจการที่ดีเยี่ยม


4. “ซื้อแล้วเก็บ” โดยเฉพาะหุ้นที่เธอมั่นใจว่าหุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นที่มาจากกิจการที่ดีเยี่ยม ถ้าแม้ว่าในยามที่หุ้นตกอย่างหนัก เธอก็ไม่ขาย เนื่องจากว่าเธอมีความ “ศรัทธา” อย่างมาก กับกิจการที่มองว่าดี อย่างไรแล้วราคาหุ้นก็ต้องกลับมาสูงขึ้น


5. สิ่งหนึ่งที่แอนน์ทำมาตลอดคือการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง และจะซักถามพร้อมหาข้อมูลแล้วนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลของนักวิเคราะห์และความคิดเห็นของตัวเอง


6. จากความรู้ด้านภาษีของเธอ อัตราภาษีโดยเฉพาะในสหรัฐฯ สูงมาก แอนน์จะพยายามให้ต้องจ่ายภาษีให้น้อยที่สุด ด้วยการที่จะขายหุ้นให้น้อยที่สุดเพราะการขายหุ้นจะต้องเสียภาษีจากกำไรที่เกิดจากการขายหุ้น


7. กลยุทธ์สุดท้ายคือ “ความประหยัด” ใช้จ่ายเงินเพื่อการบริโภคน้อยมาก และนี่ก็คงเป็น “ต้นทุน” ของความประหยัด


สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมและไม่ล้าสมัย เหมาะสำหรับนักลงทุนรายย่อยจำนวนมากของบ้านเรา โดยเฉพาะผู้ที่กำลังจะเป็น “ป้า” และไม่เคยแต่งงานแบบ “ป้าแอนน์”


หนังสือแนะนำเพิ่มเติม



การลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือน


ก้าวเล็กๆ ในตลาดหุ้น ก้าวที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต


ลงทุนในตลาดหุ้น sideways


รู้เขารู้เรา เล่นหุ้น 100 ครั้ง ชนะ 70 ครั้ง

เปิดโลกการเรียนรู้ สู่การลงทุน ผ่านคลังความรู้ขนาดใหญ่ ที่มีหนังสือกว่า 20,000 เล่ม ได้ที่ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครับ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30-21:00 น. เดินทางสะดวกโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ทางออก 3


 


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


ที่มา : หนังสือลงทุนแบบป้าแอนน์
ผู้แต่ง : ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::