เล่าสู่กันฟัง: Maruey Book Review หัวข้อ "จัดทัพลงทุน ตอน เตรียมพร้อมลงทุนรับปีจอ"

จิตติมา ยอดปราง
29 Aug 2019

ที่มา : Maruey Book Review หัวข้อ "จัดทัพลงทุน ตอน เตรียมพร้อมลงทุนรับปีจอ" โดย ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย (วันที่ 20 ธันวาคม 2560) เรียบเรียงโดย : นารินทิพย์ ท่องสายชล


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


 


 


เมื่อสองวันที่แล้ว ห้องสมุดมารวยได้จัดกิจกรรม Maruey Book Review หัวข้อ "จัดทัพลงทุน ตอน เตรียมพร้อมลงทุนรับปีจอ" โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย ได้มาถ่ายทอดแนวคิดการจัดทัพลงทุนสำหรับนักลงทุนทั้งมือใหม่และมือเก่าเพื่อเตรียมความพร้อมรับปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ และได้แนะนำหนังสือที่น่าสนใจเกี่ยวกับการลงทุน ผมจึงขอนำสิ่งที่ดร.สมจินต์ ได้แชร์ไว้มาเล่าสู่กันฟังนะครับ


---------------------------------------------


ดร.สมจินต์ เล่าว่า ในชีวิตของเขานั้นได้อ่านหนังสือมามากมาย แต่มีหนังสือที่เขาประทับใจอยู่เล่มนึง และอยากจะแนะนำให้ทุกคนได้อ่าน นั่นคือ Winning the loser’s game : timeless strategies for successful investing เขียนโดย Charles D. Ellis. ในหนังสือเล่มนั้นได้เปรียบเทียบเกมเทนนิสกับการลงทุน


การเล่นเทนนิสนั้น มีทั้ง “เกมของผู้ชนะ” (Winner) และ “เกมของผู้แพ้” (Loser)


คำว่า ‘เกมของผู้แพ้’ คือ การที่ผู้เล่นมักจะตีลูกเทนนิสของพวกเขาไปชนตาข่าย หรือไม่ก็ตีออกนอกเส้นไปเอง ซึ่งผู้ชนะในเกมมักจะได้แต้ม เนื่องจากคู่แข่งของพวกเขาได้ตีพลาดไปเอง ซึ่งแตกต่างจาก ‘เกมของผู้ชนะ’ ที่ผลแพ้ชนะของเกมมักจะถูกตัดสินด้วยความสามารถในการ “กระทำ” ของผู้ชนะ โดยนักเทนนิสที่มีความพร้อมสูงกว่า มีความเป็นมืออาชีพมากกว่า มีความสามารถในการที่จะตีลูกด้วยความรุนแรงและแม่นยำ ตลอดจนการตีโต้แข่งขันกันอย่างยาวนาน จนสามารถทำให้อีกฝ่ายเกิดความผิดพลาด หรือทำให้ผู้เล่นอีกฝ่ายไม่สามารถวิ่งไปรับลูกได้ทัน หรือพูดอีกอย่างก็คือ พวกเขานั้นคือผู้ที่แทบจะไม่เกิดความผิดพลาดในเกมเลย นั่นคือผู้ชนะ


เกมของนักเทนนิสมืออาชีพ การได้แต้มส่วนใหญ่ถึง 80% จะเกิดจากการได้แต้มด้วยการกระทำของผู้ชนะ แต่ในทางกลับกันแล้วในเกมของมือสมัครเล่น การได้แต้มส่วนใหญ่ถึง 80% มักจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของคู่แข่งเอง.... และถ้าหากเปรียบเกมเทนนิสกับการลงทุน ตอนนี้คุณกำลังเล่นเกมอะไร? เกมของผู้แพ้ หรือ เกมของผู้ชนะ....


จากสถิติที่เก็บโดย ดร.สมจินต์ พบว่า หากเริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 1999 ด้วยเงินจำนวน 1,000,000 บาท เงินหนึ่งล้านบาทในวันนั้น ผ่านไป 18 ปี จะกลายเป็นเงินประมาณ 8,700,000 ล้านบาทในปัจจุบัน ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 12.18% ในโลกของการลงทุน คุณเป็นยังไงเมื่อเทียบกับตลาดครับ? การที่เราไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน เพราะเรามักเล่นเกมของผู้แพ้ (Loser) เราเก็งทิศทางของตลาดมากเกินไป ถ้าตลาดเป็นขาขึ้นก็ซื้อ ตลาดเป็นขาลงก็ขาย พยายามจับจังหวะของตลาดทั้งๆ ที่ไม่ได้มีทักษะ หรือมีทักษะที่ไม่เพียงพอ


และถ้าตอนนี้คุณกำลังเล่นเกมของผู้แพ้อยู่ คุณจะกลับเกมยังไงให้เป็นเกมของผู้ชนะ?


คุณสามารถเป็นผู้ชนะได้ครับ โดยการจัดทัพลงทุน ซึ่งมีกุญแจสำคัญอยู่ 2 ประการ ดังนี้


1. การลงทุนต้องเริ่มต้นจากการกำหนดวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ในการลงทุนของคุณเป็นอย่างไร? เช่น ต้องการลงทุนเพื่อเกษียณ เพื่อการศึกษาของบุตร หรือเพื่อมีอิสรภาพทางการเงินในระยะยาว เป็นต้น


2. การกระจายความเสี่ยง ต้องกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น เงินฝาก ตราสารหนี้ ตราสารทุน เป็นต้น


ทีนี้เรามาจัดทัพลงทุนกันครับ โดยกองทัพของเราเปรียบเสมือนทีมฟุตบอล ที่แบ่งผู้เล่นออกเป็น 3 กอง ได้แก่


กองหน้า คือ ตำแหน่งที่ทำประตู เงินที่ลงทุนในกองหน้านั้น ต้องเป็นเงินเย็น ที่ถือไว้ได้ในระยะยาว ระยะยาวในที่นี้ คือ 1 รอบวงจรเศรษฐกิจ คือ 5-7 ปี ขึ้นไป และเป็นเงินที่ทนต่อความผันผวนของสภาวะตลาดได้ เป็นเงินที่ใช้ในยุทธศาสตร์เท่านั้น ไม่ดึงออก เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ หุ้นทุน เงินในกองหน้านี้จะเป็นเงินลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่เรา


กองกลาง คือ ตำแหน่งที่หนุนหน้า เสริมหลัง โดยเงินกองกลางนี้สามารถเปลี่ยนเป็นเงินกองหน้าก็ได้ และสามารถเปลี่ยนมาใช้เป็นเงินกองหลังได้เช่นกัน เพื่อใช้สู้กับเงินเฟ้อ ต้องสามารถถือไว้ได้ 2-4 ปีเครื่องมือที่ใช้ได้แก่ ทรัพย์สินรายได้ และตราสารหนี้ เงินกองกลางนี้จะเป็นเงินลงทุนเพื่อสร้างกระแสเงิน และรักษาอำนาจซื้อ


กองหลัง คือ ตำแหน่งที่ป้องกันประตู โดยเงินกองหลังจะไม่เน้นที่ผลตอบแทน แต่เน้นสภาพคล่อง ต้องสามารถถือไว้ได้ประมาณ 1-12 เดือน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ เงินฝาก เงินสำรองตราสารหนี้ระยะสั้น เงินกองหลังนี้จะเป็นเงินลงทุนเพื่อคุ้มครองเงินต้นให้เกิดสภาพคล่อง


 


การลงทุนที่ดีต้องมีการจัดทัพลงทุนที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และมีการกระจายความเสี่ยงในแต่ละกองทัพ และสิ่งสำคัญอีกอย่างนึงที่ควรให้ความสำคัญ นั่นคือ ระยะเวลาในการลงทุน เพราะระยะเวลาลงทุนจะสอดคล้องกับความสามารถในการรับความเสี่ยง เช่น หุ้นมีความเสี่ยง มีความผันผวนกว่าตราสารอื่นๆ ต้องใช้ระยะเวลายาวขึ้นในการลงทุน


 


---------------------------------------------


รวยอัตโนมัติ (Automatic Investment)


ในหนังสือ The Automatic Millionaire: A Powerful One-Step Plan to Live and Finish Rich เขียนโดย David Bach (แปลฉบับภาษาไทยว่า "เศรษฐีเงินล้านอัตโนมัติ" เรียบเรียงโดย จักรพงษ์ เมษพันธุ์) ดร.สมจินต์ เล่าว่า หนังสือเล่มนี้เขียนโดยเดวิท บาร์ท เขาเป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน ที่มีชื่อเสียงในสหรัฐอเมริกา ในหนังสือพูดถึงเรื่องจริงของสามีภรรยาชาวอเมริกาคู่หนึ่ง ที่ขอเกษียณตัวเองตอนอายุ 50 ปีเศษ โดยสามีเป็นผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง ส่วนภรรยามีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย ซึ่งสามีภรรยาคู่นี้ได้เดินทางไปพบกับ เดวิท บาร์ท โดยสิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือ สามีภรรยาคู่นี้มีเงินเกือบ 2 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ด้วยอาชีพของคนทั้งสอง พวกเขาทำได้อย่างไร?


สองสามีภรรยาจึงเล่าให้เขาฟังว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่เเล้ว สามีได้ตัดสินใจเรื่องที่ถูกต้องเรื่องนึง นั่นก็คือการเชื่อฟังแม่ยาย แม่ยายบอกกับเขาว่า Pay Yourself First คือ จ่ายเงินให้ตัวเองก่อน จากนั้นเขาทั้งคู่ได้ขอให้นายจ้างหักเงินเดือน 10% ทุกเดือน เพื่อไปลงทุนตามที่พวกเขาขอ อีก 90% เป็นเงินเดือนที่มาถึงมือพวกเขา ซึ่งเป็นเงินที่นำไปใช้จ่ายได้โดยไม่เบียดเบียนเงินเพื่อการลงทุน การหักเงินเดือนดังกล่าวทำให้พวกเขามีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เเละมีวินัยในการลงทุนโดยอัตโนมัติ นับจากนั้นมา ก็ไม่มีเดือนไหนเลยที่เขาจะไม่ลงทุนหรือไม่มีเดือนไหนเลยที่เขาทั้งสองลงทุนน้อยกว่า 10% ของรายได้ คู่สามีภรรยาเป็นเพียงคนธรรมดา เเต่ทั้งสองรู้จักวินัยในการลงทุน คำถามที่ตามมาคือ เเค่การมีวินัยจะให้ผลตอบเเทนที่มากขนาดนั้นหรือไม่


ซึ่งเราลองเปรียบเทียบกับการฝากเงินธนาคารทุกเดือนที่ 1,000 บาทกับการซื้อกองทุน 1,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี โดยกองทุนที่ซื้อจะให้ผลตอบเเทน 10% ทุกเดือน เงินนั้นจะกลายเป็น 2 ล้านบาท ถ้าเปลี่ยนจากจำนวนเงิน 1,000 บาทเป็น 10,000 บาท ในเวลา 30 ปี เงินนั้นก็จะกลายเป็น 20 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับคนธรรมดาทั่วไปครับ


เคล็ดลับความสำเร็จในการลงทุนมี 3 ปัจจัย ดังนี้ครับ


1. ความสามารถในการหาเงิน


2. ความสามารถในการออมเงินบางส่วน ของเงินที่หามาได้


3. ความสามารถเอาเงินไปลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โดยมีตัวผลักดันที่สำคัญ นั่นคือ วินัยครับ เพราะวินัยทำให้เกิดการออม และวินัยทำให้เกิดต้นทุนที่ถูกกว่า หากคุณเริ่มต้นออมวันนี้ กับเริ่มออมในอีก 5 ปีข้างหน้า คุณจะมีต้นทุนที่แตกต่างกันเยอะใช่ไหมครับ แต่ถ้าคุณออมวันนี้อย่างสม่ำเสมอ ต้นทุนโดยเฉลี่ยของคุณจะไม่สูง เมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่ได้รับ และที่สำคัญ "ออมก่อน รวยกว่า" ครับ


นอกจากการมีวินัยแล้ว ดร.สมจินต์ ยังแนะอีกว่า ควรจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย จะได้ทราบว่าในแต่ละวัน เราใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง และสามารถเก็บออมตรงจุดไหนเพิ่มได้อีก และที่สำคัญทุกๆ ครั้ง ที่มีรายได้ อย่าลืมจ่ายให้ตัวเองก่อน การจ่ายให้ตัวเองก่อน บางคนอาจจะนึกถึงสิ่งที่อยากได้ เช่น เอาเงินไปซื้อเสื้อผ้า ทานของอร่อยๆ การได้ไปท่องเที่ยว เป็นต้น


แต่การจ่ายให้ตัวเองก่อน คือ การจ่ายสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองครับ ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด คือสิ่งที่ทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง แล้วความฝันทางการเงินของคุณคืออะไร คุณจ่ายให้มันแล้วหรือยัง? คุณเท่านั้นที่ต้องตอบคำถามนี้ได้!!!


ยังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจที่ ดร.สมจินต์ ได้เล่าให้ฟัง เช่น พลังของอุปนิสัยที่ดี, กฎ 90/10 และเทคนิคการลงทุนตามช่วงอายุเป็นต้น สามารถติดตามดูวิดีโอกิจกรรม Maruey Book Review เดือนธันวาคม 2560 ฉบับเต็มได้ที่นี่เร็วๆนี้ ติดตามรับชมได้นะครับ


-------------------------------------------------


หนังสือแนะนำ



จัดทัพลงทุน ตอน รวยแบบอัตโนมัติ


วิธีคิด วิธีรวย หมาน้อยสอนรวย ฉบับปรับปรุง


Winning the loser’s game : timeless strategies for successful investing


The automatic millionaire workbook : a personalized plan to live and finish rich

เปิดโลกการเรียนรู้ สู่การลงทุน ผ่านคลังความรู้ขนาดใหญ่ ที่มีหนังสือกว่า 20,000 เล่ม ได้ที่ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแห่งใหม่ บนถนนรัชดาภิเษก ติดกับสถานฑูตจีน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30-21:00 น. เดินทางสะดวกโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ทางออก 3 ติดตามความรู้ที่น่าสนใจ กิจกรรม และหนังสือใหม่ของห้องสมุดคลิก http://www.maruey.com


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


ที่มา : Maruey Book Review หัวข้อ "จัดทัพลงทุน ตอน เตรียมพร้อมลงทุนรับปีจอ" โดย ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย (วันที่ 20 ธันวาคม 2560) เรียบเรียงโดย : นารินทิพย์ ท่องสายชล


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::