เล่าสู่กันฟัง: Maruey Book Review หัวข้อ "มีเงินล้าน ด้วยการวางแผนการเงิน"

จิตติมา ยอดปราง
29 Aug 2019




ที่มา : กิจกรรม Maruey Book Review หัวข้อ "มีเงินล้าน ด้วยการวางแผนการเงิน" โดย คุณนิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ CFP® นักวางแผนการเงิน
เรียบเรียงโดย : นารินทิพย์ ท่องสายชล


 


เมื่อสองวันที่แล้ว ห้องสมุดมารวยได้จัดกิจกรรม Maruey Book Review หัวข้อ "มีเงินล้าน ด้วยการวางแผนการเงิน" โดย คุณนิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ CFP® นักวางแผนการเงิน ได้มาถ่ายทอดเคล็ดลับการวางแผนการเงินที่ใครๆก็ทำได้ ผมจึงขอนำสิ่งที่คุณนิภาพันธ์ได้แชร์ไว้มาเล่าสู่กันฟังนะครับ


---------------------------------------------


เข้าใจสมอง เข้าใจวิธีการวางแผนทางการเงิน


หลายคนไม่ประสบความสำเร็จในการวางแผนทางการเงิน เพราะตั้งต้นจากความอยากร่ำรวย แต่ขาดการมีเป้าหมายที่ชัดเจน


เป้าหมายชีวิต มีเรื่องอะไรบ้างละ?


1. เป้าหมายระยะสั้น : เป็นเป้าหมายไม่เกิน 1 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการจับจ่ายใช้สอย การไปเที่ยวพักผ่อน


2. เป้าหมายระยะกลาง : ตั้งแต่ 2-5 ปี เช่น การซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อคอนโด


3. เป้าหมายระยะยาว : 5 ปี ขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความเสี่ยง เช่น การวางแผนชีวิต การมีเงินออม การลงทุน


เป้าหมายของคุณต้องชัดเจน เพราะทุกเป้าหมายต้องใช้ “เงิน”


แล้วเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นอย่างไร?


ถ้าคุณไม่เคยถูกฝึกให้ตั้งเป้าหมาย เมื่อคุณคิดถึงเป้าหมายให้ใช้แวบแรกที่คุณนึกถึง แต่ไม่ควรเกิน 5 วินาที เพราะเป้าหมายนั้นจะมาจากสมองส่วนความรู้สึก สมองส่วนคิดยังไม่เริ่มทำงาน เพราะถ้าสมองส่วนคิดทำงาน จะเริ่มใช้เหตุผล จะหาข้ออ้าง และบอกว่าตัวเองว่าทำไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป้าหมายที่มาจากสมองส่วนความรู้สึก จะเป็นเป้าหมายที่คุณอยากจะได้และอยากทำจริงๆ


เพื่อให้คุณเข้าใจมากขึ้น เรามาเรียนรู้เรื่องสมองกันดีกว่าครับ เพราะถ้าเราเข้าใจสมอง เราจะเข้าใจพฤติกรรม และนำไปสู่ความเข้าใจที่ว่า ทำไมเราวางแผนการเงินแล้ว แต่เก็บเงินไม่ได้สักที


สมองของมนุษย์มีเป้าหมายอยู่ 2 อย่างครับ ซึ่งเป็นทั้งข่าวดี และข่าวร้าย


ข่าวร้าย: สมองมีเป้าหมาย คือ ทำยังไงก็ได้ให้มนุษย์มีชีวิตรอด ซึ่งการมีชีวิตรอดนั้น หมายถึง ตอนนี้ วันนี้ เดี๋ยวนี้ ดังนั้นถ้าให้สมองคิดเรื่องอะไรไกลๆ สมองจะคิดไม่ค่อยได้ เช่น ยังใช้เงินเดือนชนเดือนอยู่เลย สมองจะไม่ได้คิดถึงการวางแผนในอนาคต การแก้ไขปัญหาล่วงหน้า เพื่อให้ใช้เงินได้พอ เพื่อให้มีเงินเก็บ เพราะสมองมนุษย์ต้องเอาตัวรอดตอนนี้ เดี๋ยวนี้


ข่าวดี: นอกจากจะทำยังไงให้มนุษย์เอาตัวรอดและมีชีวิตรอดได้แล้ว สมองจะทำยังไงก็ได้ให้มนุษย์มีความสุข ที่ง่ายที่สุด และเป็นวิธีที่สั้นที่สุด เพราะสมองขี้เกียจ


ดังนั้น เมื่อคุณเข้าใจเป้าหมายของสมอง ที่สะท้อนออกมาเป็นพฤติกรรมของมนุษย์แล้ว การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และให้สมองช่วยคุณให้ไปถึงเป้าหมายนั้นได้ คือ คุณต้องเห็นภาพเป้าหมายอย่างชัดเจน ซึ่งชัดเจนในที่นี้คือ ต้องเห็นลึกลงไปถึงรายละเอียดต่างๆ มี Emotional หรือมีอารมณ์ร่วมกับเป้าหมายนั้นเยอะๆ


ตัวอย่างเช่น หากคุณอยากมีเงินเก็บ 20 ล้าน ตอนเกษียณอายุ สมองก็จะคิดว่าเงิน 20 ล้านมันเยอะนะ ยาก! ทำไม่ได้หรอก วิธีแก้คือ การสร้างเป้าหมายที่ชัดเจน ตอนคุณเกษียณอายุนั้น อยากเห็นภาพตัวเองเป็นอย่างไร ใช้ชีวิตแบบไหน บ้านที่คุณอยู่มีใครอยู่กับคุณบ้าง แล้วเขาเหล่านั้นรู้สึกอย่างไร ถ้าจะอยู่แบบนั้นได้ ต้องใช้เงินเท่าไหร่? อยากได้ชีวิตแบบไหน ให้เห็นภาพตัวเองแบบนั้น เรียกว่า Vision of success ต้องมี Emotional เยอะๆ ต้องอิน ถ้าเป็นแบบนี้สมองจะอยากลงมือทำ เพราะเขารู้ว่าทำลงไป เพื่ออะไร สมองชอบเห็นภาพ ชอบสีสัน เวลาตั้งเป้าหมายให้พยายามเชื่อมโยงให้เห็นภาพ ให้ออกเป็นแง่บวก Positive ยิ่งเห็นภาพชัดเท่าไหร่ สมองจะอยากทำให้ได้เท่านั้น ไม่เช่นนั้นสมองจะเลื่อนการทำออกไปเรื่อยๆ เพราะสมองขี้เกียจ และชอบหาทางลัดให้มนุษย์สบายที่สุด


และสิ่งที่คุณต้องเข้าใจสมองอีกอย่างนึงนะครับ คือสมองจะจดจำเรื่องผิดหวัง ได้ดีกว่าเรื่องสมหวัง สมองจะเจ็บปวดและจำฝังใจกับคำด่ามากกว่าคำชม เพราะสมองต้องการเอาตัวรอด การที่คุณประสบความสำเร็จ หรืออะไรเป็นสิ่งที่คุณทำได้ดี สมองจะไม่ค่อยจำ เพราะคุณรอดและผ่านมันไปได้แล้ว ดังนั้น ถ้าคุณพูด หรือทำไม่ดีกับใคร คุณต้องชมเขากลับถึง 5 ครั้ง ความรู้สึกถึงจะกลับมาดีขึ้น


ทำไมคนส่วนใหญ่ ถึงเก็บเงินไม่ได้


คุณสมบัติของสมอง คือทำให้มนุษย์มีความสุขทันที ดังนั้น การช้อปปิ้ง การไปเที่ยว มันได้ความสุขทันที (Immediately Happiness) แต่การเก็บออม เอาเงินไปลงทุน ไม่ได้ใช้เงินในปัจจุบัน แต่อดทนรอเพื่อใช้เงินในอนาคต คือ การเลื่อนความสุขออกไปก่อน สมองจะไม่ชอบ และยิ่งการลงทุนเป็นผลตอบแทนในอนาคต ซึ่งมีความไม่แน่นอน ประกอบกับการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน ยิ่งทำให้สมองรู้สึกว่ายาก ไม่อยากทำ มีความไม่แน่นอน ดังนั้นคุณต้องตั้งนิยามการลงทุนใหม่ ต้องสร้าง Vision of success ต้องชัดเจน ลงทุนไปทำไม เพื่ออะไร และเพื่อใคร?


แล้วถ้าตั้งเป้าหมายระยะยาว นานไปจะเลือนลางหรือไม่?


สิ่งแรกคือคุณต้องมี Focus ลงมือทำทีละอย่าง หลายคนเข้าใจว่า เราสามารถทำหลายอย่างพร้อมๆ กันได้ ที่จริงไม่ใช่ สมองไม่สามารถทำงานแบบ Multitask ได้ การมี Focus ทีละอย่าง สมองจะถูกใช้งานได้อย่างเต็มที่ มีการคิดที่ลึกซึ้งและมองรายละเอียดได้ดีกว่า การทำงานหลายๆ อย่าง พร้อมกันแบบMultitask ซึ่งมีต้นทุนการเสียเวลาถึง 25 นาที กว่าสมองจะเริ่มปรับตัวได้กับการทำงานที่เปลี่ยนไป


เราไม่สามารถเปลี่ยนทางแม่น้ำได้ แต่เราเปลี่ยนทิศแม่น้ำได้ โดยการขุดเส้นทางใหม่ กล่าวคือ ให้ทำกิจกรรมต่อเนื่องกัน 21 วัน เช่น มีเป้าหมายออกกำลัง ให้พยายามออกกำลังกายต่อเนื่องกัน 21 วัน พอเราทำได้แล้ว เราก็จะไม่อยากกินอาหารที่ไม่ดี และพอเรามีสุขภาพที่ดี เราก็อยากทำให้ด้านอื่นๆ ของชีวิตดีขึ้นด้วย เช่น เริ่มอยากวางแผนทางการเงิน เพื่อให้มีชีวิตที่ดี


เป้าหมายที่ดี ต้องเอื้อมถึง เพื่อท้าทายศักยภาพของสมอง พอรู้สึกดี สำเร็จ ก็จะอยากทำต่อ แต่ถ้าเป็นแผนระยะยาว 20 ปี คุณต้องแปลงแผนระยะยาว ให้เป็นแผนรายปี แปลงแผนรายปีให้เป็นแผนรายเดือน อย่างที่บอกไปนะครับ ว่าต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน มี Emotion เยอะๆ การแปลงแผนให้เป็นแผนย่อยๆ ก็เพื่อให้คุณได้ชื่นชมกับความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ตลอดทาง สมองจะได้อยากลงมือทำต่อ และเป้าหมายที่ชัดเจนจะเปรียบเสมือนแผนที่ เป็นแนวทางให้สมอง หลอกล่อให้สมองว่า “แกไม่ต้องกลัวนะ เราจะเดินไปด้วยกัน”


ทีนี้เพื่อฝึกให้คุณเดินไปถึงเป้าหมาย จึงขอแนะนำหนังสือเรื่อง "The 7 Habits of Highly Effective People" หรือ "7 อุปนิสัย พัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง" เขียนโดย สตีเฟน โคเวย์ ผู้เขียนพูดถึงอุปนิสัย 7 ประการ ในชีวิตประจำวันที่ควรมี เพื่อช่วยผลักดันให้คุณบรรลุผลลัพธ์ที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นเรื่องการปลูกฝังความมีประสิทธิผลให้กับตัวคุณเอง ดังนี้ครับ


1. Be Proactive คุณต้อง Take Responsibility คือ ต้องรับผิดชอบกับการกระทำของตนเองแบบ 100% ไม่บ่น ถ้าบ่นแปลว่า คุณยังไม่รับผิดชอบแบบ 100% การเป็นคนรับผิดชอบ จะทำให้เรียนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง พอเป็นอย่างนี้ คุณจะไม่กลัวความล้มเหลว


2. Begin with the end in mind เริ่มต้นด้วยจุดมุ่งหมายในใจ ต้องเห็นภาพว่าทำไปเพื่ออะไร ภาพที่คุณอยากเห็น อยากเป็น ภาพความฝันจะเป็นแค่ความฝัน ถ้าไม่ลงมือทำ ถ้าภาพชัด สมองจะคิดหาหนทางเอง


3. Put first things first ทำสิ่งที่สำคัญก่อน เราต้องจัดลำดับความสำคัญในชีวิตให้ได้ อะไรคือสิ่งที่ควรลงมือทำก่อน อาทิเช่น มีขวดโหล น้ำ กรวด ก้อนหินก้อนใหญ่ คุณจะใส่อะไรลงไปในขวดโหลเป็นอันดับแรก ถ้าคุณใส่น้ำลงไปก่อน ก้อนหินก้อนใหญ่ก็จะใส่ลงไปไม่ได้ แต่หากคุณ ค่อยๆ ใส่ก้อนหินก้อนใหญ่ จากนั้นค่อยๆ ใส่กรวด กรวดจะแทรกซึมไปตามช่องว่างของก้อนหิน จากนั้นให้ใส่น้ำลงไป คุณต้องหาให้เจอว่า อะไรคือก้อนหิน ก้อนใหญ่ในชีวิตคุณ และจัดลำดับความสำคัญให้ได้ การจัดลำดับความสำคัญได้ดี ต้องมี Vision of success ที่ชัดเจน


4. Think win-win คิดแบบชนะ-ชนะ ความสัมพันธ์ที่ดีในการใช้ชีวิต คือ คุณได้ คนรอบข้างต้องได้ด้วย ต้องไม่ใช่ Zero sum game ที่มีคนนึงแพ้ คนนึงชนะ เพราะหากเป็นแบบ Zero sum game มันก็แค่บงกเพิ่มเข้าไป แต่ถ้าคิดแบบ win win มันจะเป็น Multiple ทวีคูณ


5. Seek first to understand, then to be understood เข้าใจคนอื่นก่อน แล้วจึงให้คนอื่นเข้าใจเรา ใจเขาใจเรา เป็นเคล็ดลับความสัมพันธ์


6. Synergize ผนึกพลังประสานความต่าง มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราไม่สามารถประสบความสำเร็จได้คนเดียว จุดแข็งของเราคืออะไร จุดแข็งของเขาเป็นอย่างไร ประสานจุดแข็งทั้งสองฝ่าย ประสานจุดแข็งทั้งทีม การทำงานก็จะราบรื่น


7. Sharpen the saw ลับเลื่อยให้คมอยู่เสมอ หากคนตัดไม้มีเวลาทำงาน 8 ชั่วโมง เขาจะใช้เวลา 6 ชั่วโมง ไปรับเลื่อยให้คม และใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการตัดไม้ ในชีวิตจริงก็เช่นกัน ยิ่งคุณหมั่นฝึกฝน พัฒนาตัวเอง เติมความรู้อยู่เสมอ คุณจะทำงานอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น


“คนเรามักจะตัดสินใจตามตัวเลือกในชีวิตที่เรามี การไม่อ่านหนังสือก็ทำให้มีประสบการณ์ในการตัดสินใจน้อย ถ้าเราอ่านหนังสือมาก เราก็ยิ่งมีตัวเลือกมาก ยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จมาก”


และมีหนังสือแนะนำอื่นๆ ที่น่าอ่านเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมาย และการวางแผนทางการเงิน ดังนี้ครับ


-------------------------------------------------


หนังสือแนะนำ




มีเงินล้าน ด้วยการวางแผนการเงิน




ทำน้อยให้ได้มาก : The power of less




สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยนิสัยแค่ 1% : The power of habit




7 อุปนิสัย สำหรับผู้ทรงประสิทธิผลยิ่ง : The 7 habits of highly effective people


เปิดโลกการเรียนรู้ สู่การลงทุน ผ่านคลังความรู้ขนาดใหญ่ ที่มีหนังสือกว่า 20,000 เล่ม ได้ที่ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแห่งใหม่ บนถนนรัชดาภิเษก ติดกับสถานฑูตจีน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30-21:00 น. เดินทางสะดวกโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ทางออก 3 ติดตามความรู้ที่น่าสนใจ กิจกรรม และหนังสือใหม่ของห้องสมุดคลิก http://www.maruey.com


:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


ที่มา : กิจกรรม Maruey Book Review หัวข้อ "มีเงินล้าน ด้วยการวางแผนการเงิน" โดย คุณนิภาพันธ์ พูนเสถียรทรัพย์ CFP® นักวางแผนการเงิน
เรียบเรียงโดย : นารินทิพย์ ท่องสายชล