เหริน เจิ้งเฟย เจ้าของหัวเว่ย “เทพแห่งการบริหาร ในศตวรรษที่ 21”

จิตติมา ยอดปราง
02 Apr 2020

ที่มา : วารสาร Strategy+Marketing ฉบับเดือนพฤษภาคม 2562


เขียนโดย : รศ.ดร.ชัยยศ สันติวงศ์ นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารจัดการ 


ภาพประกอบ : https://positioningmag.com/


::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


หัวเว่ย ล้ำสมัยอย่างอเมริกา บริหารชั้นยอดอย่างญี่ปุ่น แม่นยำอย่างเยอรมัน


เหริน เจิ้งเฟย  คือผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ยขึ้นในปี ค.ศ.1987 ด้วยเงินทุนเล็กๆ จนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทระดับโลกโดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีชั้นสูง ใช้เวลาเพียงราว 30 ปี ทำให้หัวเว่ยเป็นผู้นำในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายโทรคมนาคม และอุปกรณ์การสื่อสาร รวมถึงสมาร์ทโฟน ที่แซงแอปเปิลขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงซัมซุงของเกาหลีใต้ รวมถึงเป็นผู้นำเทคโนโลยี 5G ของโลกและกำลังพัฒนาต่อไปถึง 6G หมายความว่าอนาคตหัวเว่ยจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อเทคโนโลยีในอนาคตที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกในศตวรรษที่ 21


เหริน เจิ้งเฟย วัย 74 ปี ปัจจุบันเป็นเศรษฐีจีน อันดับ 83 ในการจัดอันดับประจำปี 2018 และอันดับที่ 1,215 ของเศรษฐีโลก ด้วยความมั่งคั่ง 3.4 พันล้านดอลลาร์ กลายเป็นนักธุรกิจจีนที่ทั่วโลกล้วนจับตามองและให้ความสนใจไม่แพ้ แจ็ค หม่า แห่งอาลีบาบา เหริน เจิ้งเฟย จึงถือว่าเป็นหนึ่งในเทพแห่งการบริหารในโลกศตวรรษที่ 21 ที่น่านำมาศึกษาว่าอะไรคือ ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จท่ามกลางโลกของการเปลี่ยนแปลงที่มีความผันผวนสูง


เหริน เจิ้งเฟย อดีตเป็นวิศวกรก่อสร้างในกองทัพปลดแอกที่เติบโตในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน เขาเผชิญกับความยากลำบากมามาก เพราะเติบโตมาในช่วงที่จีนกำลังสั่นคลอนเกิดสงครามภายในประเทศ แต่ก็พบความสำเร็จเพราะกล้าเปลี่ยนแปลง กล้าที่จะลงทุนในเทคโนโลยีและคนเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง


เหริน เจิ้งเฟย เปรียบเสมือนเทพแห่งการบริหารของโลกตะวันออกในศตวรรษที่ 21 ที่คนในโลกตะวันออกควรจะเอาเป็นแบบอย่าง ความสำเร็จที่สำคัญคือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน การบริหารเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก่อนจะไปเปลี่ยนแปลงผู้อื่น การที่จะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้โดยเปิดใจกว้างรับและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ


ตลอดเวลาที่ผ่านมา เหริน เจิ้งเฟย ได้ไปดูงานหลายครั้งที่ซิลิกอนวัลเล่ย์ในสหรัฐอเมริกา ว่าจ้างบริษัท IBM มาเปลี่ยนแปลงองค์กรของหัวเว่ย ซึ่งใช้เวลาถึง 5 ปี จึงจะสำเร็จเป็นองค์กรชั้นนำมาตรฐานระดับโลกได้


หัวเว่ยไม่พยายามเริ่มต้นจากศูนย์และค่อยพัฒนาและเรียนรู้ไป แต่ใช้วิธีการเทียบเคียงเรียนลัดกับบริษัทที่เหนือกว่าในอเมริกา แรกๆ ก็ถูกเหยียดหยามว่าเป็นบริษัทลอกเลียนแบบ ผลิตสินค้าราคาถูกไม่ได้คุณภาพ แต่จากการยอมรับและปรับเปลี่ยนตัวเอง ด้วยความเจ็บปวดค่อยๆ พัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องด้วยความอดทน อุตสาหะ กัดไม่ปล่อยไม่ย่อท้อ ทำให้ทุกวันนี้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยนับว่าเป็นของที่ดีมีคุณภาพมาตรฐานสากลแถมยังมีความล้ำหน้าทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าต้นตำรับอย่างอเมริกา


เหริน เจิ้งเฟย เป็นผู้นำองค์กรธุรกิจเช่นเดียวกับ แจ๊ค หม่า ที่อิงอยู่กับของปรัชญาชีวิตในโลกตะวันออก โดยเฉพาะปรัชญาของขงจื้อที่เน้นการรักชาติ รักส่วนรวมมาก่อนส่วนตน มีคุณธรรม ซื่อสัตย์ เหริน เจิ้งเฟย บริหารลูกน้องพนักงาน ตลอดจนบริหารลูกค้าหรือที่ถือว่าเป็นหลักการพื้นฐาน 3 ประการ คือ ครองตน  ครองคน  และครองงาน


ครองตนด้วยมโนกรรม


กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเอง มองโลกอย่างเข้าใจตามความเป็นจริง เหริน เจิ้งเฟย เกิดมาในฐานะยากจน ผ่านความยากลำบากมามาก จึงรู้และเข้าใจว่าชีวิตเกิดมาทำไม ยิ่งในยามยากลำบากยิ่งสามารถฝึกปณิธานของตน และยิ่งเป็นบททดสอบของคุณธรรมและมโนธรรม เขาจึงเป็นคนสมถะ อ่อนน้อมถ่อมตน รักชาติ ประหยัด กล้าที่จะล้มเหลวเพื่อที่จะเรียนรู้และปรับปรุงตัวเอง ที่สำคัญกล้าที่จะวิพากย์ตนเองรับคำวิจารณ์จากภายนอกอย่างสงบ มีวินัยเคร่งครัด นี่คือคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดที่น้อยนักที่ผู้นำหลายคนจะทำใจยอมรับได้ การวิพากย์ตนเองทำให้ลดความมีอัตตายึดมั่นถือมั่น เปรียบเสมือนแก้วน้ำที่ไม่เคยมีน้ำเต็มถ้วย พร้อมที่จะรับฟังและเติมความรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอดเวลาที่เป็นหัวใจความสำเร็จของการแข่งขันในโลกธุรกิจในศตวรรษที่ 21 ที่เน้นเรื่องเทคโนโลยี


ครองคนด้วยวจีกรรม


การสื่อสารและการให้ผลตอบแทนเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะสามารถครองใจลูกน้องได้ หลักการของ   เหริน เจิ้งเฟย ง่ายๆ คือ เอาใจลูกน้องมาใส่ใจเราคิดในสิ่งที่พนักงานคิด เดือดร้อนในสิ่งที่พนักงานเดือดร้อน ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วย เขาเป็นที่กล้าให้ลูกน้องเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนร่วมกัน


แม้เขาจะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทแต่เขาถือหุ้นในหัวเว่ยเพียง 1.4% เท่านั้น ที่เหลือจะถูกแจกจ่ายไปให้กับพนักงานภายในถือหุ้นของบริษัทไว้กว่า 64% ในลักษณะของหุ้นลอย กล่าวคือ หากพนักงานคนใดยังทำงานอยู่ในบริษัท พวกเขาก็จะได้รับปันผลจากหุ้นส่วนนั้นๆ แต่หากลาออกก็ต้องคืนหุ้นกลับมาให้ยังบริษัท เหริน เจิ้งเฟย เป็นผู้ที่ส่งเสริมคนขยัน ซื่อสัตย์ อดทน ให้เกียรติให้โอกาสคน ที่สำคัญเขายกย่องคนดีและมีรางวัลตอบแทนเสมอ


เหริน เจิ้งเฟย ประกาศไว้ว่าพนักงานคือ สมบัติของหัวเว่ย เคารพความรู้ เคารพบุคลิกภาพ ทำงานเป็นทีม และไม่คล้อยตามเพื่อเอาใจพนักงานดีเด่น นี่คือปัจจัยที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปได้


ครองงานด้วยกายกรรม


เหริน เจิ้งเฟย ถือว่าผู้ชี้เป็นชี้ตายของธุรกิจคือลูกค้า ลูกค้าเป็นใหญ่เพราะถ้าไม่มีลูกค้า พวกเขาก็อยู่ไม่ได้ต้องเข้าใจบริบทของพื้นที่ รู้ความต้องการลูกค้า เขาให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายเป็นอย่างมาก ดังนั้นต้องเอาใจลูกค้ามาใส่ในงาน และงานที่จะทำนั้นจะต้องเป็นงานที่ตนถนัดและมีความเชี่ยวชาญจริง มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล


กลยุทธ์การต่อสู้ของหัวเว่ยใช้แนวคิดของ เหมา เจ๋อตุง ด้วยการใช้ความเล็กชนะความใหญ่ ใช้ความอ่อนแอสู้กับความแข็งแกร่งจนทะลุทะลวงวงล้อมมุ่งสู่การเติบโตได้ในที่สุด


เหริน เจิ้งเฟย กล่าวไว้ว่า “ทุกวันนี้ ผมยังรักประเทศของผม ผมสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน แต่ผมจะไม่ทำอะไรที่เป็นการทำร้ายประเทศอื่น” คนต่างจากมนุษย์ มนุษย์คือคนที่ถูกฝึกฝนให้มีความเป็นมนุษย์ ฝึกพัฒนาจิตใจ ให้รู้จักประเทศชาติ รักสังคม รักผู้อื่น และรักตัวเอง


------------------------------------------------------------


:: หนังสือแนะนำ ::












Read to lead อ่านอย่างผู้นำ




HUAWEI จากมดสู่มังกร




แจ๊ค หม่า รองเท้ากังฟูกับหลักคิดในการทำธุรกิจ 



------------------------------------------------------------


:: บทความที่เกี่ยวข้อง ::


- 10 Mega Trends ในปี 2025  


- แดเนียล จาง ว่าที่ประธาน อาลีบาบา ปี 2020  


- “ให้” ในแบบ Jack Ma  


- แกะแนวคิด China 5.0 สี จิ้นผิง เศรษฐกิจยุคใหม่ และแผนการใหญ่ AI  


::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


เปิดโลกการเรียนรู้ สู่การลงทุน ผ่านคลังความรู้ขนาดใหญ่ ที่มีหนังสือกว่า 20,000 เล่ม ได้ที่ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแห่งใหม่ บนถนนรัชดาภิเษก ติดกับสถานฑูตจีน เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30-21:00 น. เดินทางสะดวกโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงสถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ทางออก 3 ติดตามความรู้ที่น่าสนใจ กิจกรรม และหนังสือใหม่ของห้องสมุดคลิก  http://www.maruey.com