65 วิธีพูดดีดี..ได้ใจคน

Narintip Thongsaichon
10 Jan 2019

 


 


ที่มา : หนังสือ 65 วิธีพูดดีดีได้ใจคน
ผู้แปลและเรียบเรียง : ทิภาพร เยี่ยมวัฒนา


การพูดสื่อสาร เป็นเรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่งในการดำเนินชีวิต เหมือนอย่างที่โบราณว่าไว้ “ปากเป็นเอก เลขเป็นโท” ความหมายของสำนวนคือ การพูดจาเป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นเรื่องแรกที่ต้องใส่ใจ คนที่จะประสบความสำเร็จการทำงาน การพูดจาปราศรัยถือเป็นเรื่องที่สำคัญอันดับ 1 โดยเฉพาะบรรดานักพูดที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีคารมเป็นเลิศ คำพูดและการกระทำของนักพูดเหล่านั้นถือเป็นโอกาสทอง ทำเงินได้ คนพูดดีเป็นศรีแก่ตัว หรือพวกฝีปากเอก คือ คนจำพวกที่มีเครื่องมือที่จะช่วยให้คนก้าวไปสู่ความสำเร็จ ฝึกฝนได้ดีก็จะช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นเสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะสะดวกราบรื่น ถ้าฝึกฝนการพูดจาไม่ดีก็จะทำให้อยู่ที่ไหน ก็มีแต่จะทำให้คนที่อยู่รอบข้างเอือมระอา บางครั้งแม้จะเห็นอยู่ชัดๆ ว่าทำไปด้วยเจตนาดี แต่ก็กลับไม่ได้รับคำขอบคุณ


หนังสือ "65 วิธีพูดดีดีได้ใจคน" เล่มนี้อาศัยมุมมองในเรื่องของการพูด โดยรวบรวมศิลปะในการเจรจาออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ บรรยายถึงทุกด้านทุกมุมในการดำเนินชีวิตว่าเราควรจะใช้คำพูดอย่างไร ทำอย่างไรคำพูดของเราจึงจะเข้าถึงส่วนลึกของจิตใจคน เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายที่เราต้องการ และยังรวมไปถึงการพูดเกลี้ยกล่อม การกล่าวคำปราศรัย การขายและกลยุทธ์ต่างๆ เป็นต้น เราลองมาดูว่า 65 วิธีที่พูดดีแล้วได้ใจคนทำยังไง โดยการยกตัวอย่างมาก่อน 15 วิธีแรก ดังนี้


วิธีที่ 1 พูดด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน คนเย่อหยิ่งย่อมไม่ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น รวมทั้งสร้างความเบื่อหน่ายให้ผู้อื่นด้วย การแสดงความอ่อนน้อมไม่ใช่เป็นการลดคุณค่าหรือลดเกียรติของเรา หากแต่เป็นสุดยอดวิธีในการแสดงออกทางความคิดและความรู้สึก


วิธีที่ 2 รู้จักใช้คำพูดที่ยืดหยุ่น การใช้คำพูดที่ไม่ผูกมัดตนเองในภายหลัง เพราะถ้าผู้พูดทำไม่ได้อย่างที่พูด จะทำให้ตัวเราขาดความน่าเชื่อถือ ไม่มีใครนับถือ ต่อไปจะพูดเจรจาต่อรองทางธุรกิจก็จะไม่ได้รับความไว้วางใจ ไม่ควรใช้คำพูดที่ “ฟันธง” หากควรใช้คำพูดที่ยืดหยุ่นได้ ให้เหลือทางรุกหรือถอยในการเจรจา


วิธีที่ 3 พูดผิดพูดใหม่ให้ทันท่วงที ทุกคนมีสิทธิที่จะพบเจอกับสถานการณ์ที่นี้ทั้งนั้น เมื่อพูดผิดไป ควรรีบพูดใหม่ให้ถูกต้องทันที และถ้าเป็นการพูดในที่สาธารณะต้องขออภัยกับผู้ฟังหรือผู้ชม อย่าอายหรือเขินและประหม่าที่พูดผิด


วิธีที่ 4 ใช้คำพูดเปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร อย่าไปหาเรื่องกับศัตรู ขอเพียงให้เรามีคำพูดที่น่าฟังแล้วจะมีใครเป็นศัตรูกับเราได้อีก เคยมีคนบอกว่า “จงทำงานในส่วนของตน ไม่ต้องไปใส่ใจศัตรู วันหนึ่งย่อมมีคนอื่นมาจัดการเขาแทนเราเอง”


วิธีที่ 5 รู้จักใช้คำพูดชื่นชมผู้อื่น คำพูดหวานหูจะทำให้คนฟังรู้สึกอบอุ่นไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด จะร้อนหรือจะหนาว แต่ในทางกลับกันคำพูดที่ทำร้ายจิตใจคนแม้เพียงประโยคเดียวก็สามารถฆ่าคนได้


วิธีที่ 6 พูดแค่สามส่วนก็พอ มีสุภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “เจอคนให้พูดแค่สามส่วน อีกเจ็ดส่วนไม่จำเป็น” คนที่ผ่านโลกมามากจะรู้ว่า การพูดแค่สามในเจ็ดส่วนไม่ได้แปลว่าไม่เปิดเผยหรือไม่จริงใจ แต่ในความจริงคือ ต้องดูว่าผู้ฟังคือใคร เราควรจะเปิดเผยแค่ไหนด้วย ต้องรู้เขา รู้เราด้วย บางครั้งกับบางคนการเปิดเผยทั้งหมดอาจจะทำให้ภัยอันตรายมาถึงตัวเราได้


วิธีที่ 7 รู้จักเอาตัวเองมาล้อเล่น หากเราสามารถเอาส่วนที่น่าขําของตัวเองมาพูด เป็นเรื่องตลกให้คนอื่นได้หัวเราะอยู่เสมอก็จะสามารถ ชนะใจได้รับมิตรภาพจากผู้อื่นอย่างแน่นอน เพราะการที่เราให้ความสําคัญผู้อื่นหัวเราะเยาะตัวเอง ก็เท่ากับ แสดงให้เห็นว่า ท่านมองตัวเองกับผู้อื่นอยู่ในระดับเดียวกัน


วิธีที่ 8 ไม่ใช้วาจาแสดงการปฏิเสธผู้อื่น ถ้าในระหว่างการพูดจา หากใครชอบแสดงท่าทีปฏิเสธไม่รับฟังผู้อื่นอยู่เสมอๆ ก็จะทําให้อีกฝ่ายทนไม่ไหว โกรธหรืออาจทําให้เกิดการปะทะกันทางวาจา หรือใช้กําลังได้


วิธีที่ 9 ไม่ใช้คําพูดกระทบกระเทียบ เหยียดหยาม อย่าคิดว่าเรื่องหยุมหยิมเล็กน้อยจะไม่สร้างปัญหาใหญ่ได้ ตรงกันข้าม เราควรให้ความใส่ใจโดยเริ่มต้นจาก จุดเล็กๆ สร้างภาพลักษณ์ของตัวเองให้สมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน สุดท้าย ต้องฝึกตนให้รู้จักใช้คําพูดที่เหมาะสม


วิธีที่ 10 บางครั้งก็ไม่จําเป็นต้องพูดตรงเกินไป ในการพูดจาควรรู้จักคําว่า อ้อมค้อม เรือเดินสมุทรที่สามารถหลบหลีกโขดหินโสโครก จนไป ถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างราบรื่น นั่นก็เป็นเพราะมีความเชี่ยวชาญในการอ้อมนั่นเอง


วิธีที่ 11 อย่าใช้คําพูดขวานผ่าซาก ทําร้ายจิตใจผู้อื่น คําพูดตรงไปตรงมา คือมีดที่แหลมคมทําร้ายจิตใจผู้อื่นแล้วยังทําร้ายจิตใจตัวเอง


วิธีที่ 12 ไม่พูดมากพร่ำบ่น การพูดแบบพร่ำบ่น ไม่ใช่วิธีที่จะแก้ไขปัญหาหรือสถานการณ์ได้ ในบางครั้งอาจยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่าเดิม


วิธีที่ 13 รู้จักใช้ภาษาท่าทาง การแสดงออกทางอารมณ์และความคิดที่ปรากฏบนใบหน้าและกิริยาท่าทาง มีพลังมากกว่าการแสดงออกทางคําพูด


วิธีที่ 14 พูดคำ “ขอโทษ” ให้เป็น พลั้งปากพูดผิดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเมื่อพูดผิดไปแล้วมารู้สึกเสียใจภายหลังหาใช่เรื่องสำคัญที่สำคัญก็คือเราจะทำอย่างไรให้ได้ผลเสียอันเกิดจากการพูดผิดไปนั้นลดลงให้เหลือน้อยที่สุด


วิธีที่ 15 รู้จัก “ติชม” ดีกว่าชมอย่างเดียว เอาแต่ยิ้มแย้มพูดจาให้กำลังใจผู้อื่นอย่างเดียวหาใช่วิธีที่ดีที่สุด บางครั้งบางเวลาในขณะพูดคุยสนทนาถ้าสอดแทรกคำติไปบ้างกลับจะทำให้ผู้อื่นยอมรับได้ง่ายกว่า แต่นั่นไม่ได้แปลว่าต้องติทุกครั้ง หรือชมทุกคน ในกรณีที่มีคำติ บางครั้งอาจจะต้องพูดชมก่อนดีกว่าที่จะตั้งหน้าตั้งตาติอย่างเดียว


นี่เป็นแค่ 15 วิธีในการฝึกการพูดที่น่าสนใจจากหนังสือเล่มนี้นะครับ ยังมีอีกกว่า 50 วิธีที่น่าสนใจซึ่งสามารถฝึกฝนได้ด้วยตัวเอง การพูดดีดีไม่มีต้นทุน ไม่ต้องใช้เงิน ไม่ต้องเป็นนักพูดที่เก่งกาจ ใช้แค่ความจริงใจและความตั้งใจจริงบวกกับการฝึกฝนอีกเล็กน้อย แต่ผลที่ได้กลับมานั้นมีคุณค่ามหาศาล