45 เทคนิคของคุณแม่ญี่ปุ่น เลี้ยงลูกคุณให้ดูแลตัวเองได้ ที่มา : หนังสือ45 เทคนิคของคุณแม่ญี่ปุ่น

จิตติมา ยอดปราง
31 May 2019

ที่มา : หนังสือ 45 เทคนิคของคุณแม่ญี่ปุ่น เลี้ยงลูกคุณให้ดูแลตัวเองได้
เขียนโดย : ทะเทะอิชิ มิตสึโกะ แปลโดย : โยซุเกะ
ภาพประกอบ : freepik.com


 


"แค่ลูกมีวินัย เลิกเอาแต่ใจ พึ่งพาตัวเองได้ เท่านี้คนเป็นแม่ก็หายห่วงแล้ว!"


เคยสงสัยไหม.. ทำไมเด็กญี่ปุ่นถึงดูเรียบร้อย เชื่อฟัง ไม่งอแง และรับผิดชอบตัวเองได้ขนาดนั้น? คุณแม่ชาวญี่ปุ่นมีวิธีเลี้ยงลูกอย่างไร? หนังสือเล่มนี้มีคำตอบ..


ในหนังสือเรื่อง "45 เทคนิคของคุณแม่ญี่ปุ่น เลี้ยงลูกคุณให้ดูแลตัวเองได้" คุณจะได้พบกับคำแนะนำในการเลี้ยงลูกแบบ "คุณแม่สายแข็ง" ที่จะทำให้ลูกของคุณสามารถดูแลตัวเองได้ และมีความสุขกับการใช้ชีวิต ขอยกตัวอย่างเทคนิคบางส่วนภายในหนังสือเล่มนี้มานำเสนอนะครับ


ไม่ใช้คำพูดที่คลุมเครือ


เวลาดุลูกควรใช้คำที่เข้าใจง่าย สั้นกระชับ ขอยกตัวอย่างคำพูดที่ลูกไม่เข้าใจ กับคำพูดที่ควรพูดกับลูก



การใช้คำพูดที่รุนแรง แม้ลูกจะทำตาม แต่ก็ทำตามโดยไม่เต็มใจ จึงควรระวังคำพูดที่จะใช้กับลูก


ไม่ชมลูกว่า "ยอดเยี่ยม" หรือ "เก่งมาก"


เมื่อลูกกินข้าวเสร็จและนำจานไปล้าง ไม่ควรชมว่าลูกเก่ง เพราะการทำงานบ้านเองได้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่สมาชิกในครอบครัวควรทำ จึงควรพูดกับลูกว่า "ว้าว! ขอบใจนะ ช่วยแม่ได้เยอะเลย ทำให้แม่ดูละครได้อย่างสบายใจ"


ควรชมในสิ่งที่ลูกทำ เช่น "ลูกไม่ทำห้องรก แถมยังรักษาความสะอาดอยู่เสมอ รู้สึกดีจังเลย ขอบใจนะจ๊ะ!" หรือ "วันนี้แม่ไม่ต้องถูพื้นเพราะลูกกินข้าวไม่หกเลย แค่เก็บกวาดนิดหน่อยก็เรียบร้อยแล้ว ลูกช่วยแม่ได้เยอะเลยจ้ะ!"


แค่กล่าวขอบคุณและบอกสิ่งที่เขาช่วยเหลือ แล้วเขาจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว


สอนลูกคำนวณตัวเลขโดยใช้ "เงิน" จริง


ถ้าถามลูกว่า 10 บวกกันกี่ครั้งถึงจะได้ 120 ลูกอาจจะตอบไม่ได้ ดังนั้น ควรชวนลูกให้มาเล่นขายของ โดยการกำหนดราคาของในบ้านแล้วให้ลูกซื้อ โดยให้เงินลูกเป็นเหรียญ 1 บาท 5 บาท 10 บาท 20 บาท เป็นต้น โดยการกำหนดราคาของในบ้าน เช่น ให้ลูกจ่ายเงินค่าข้าว ค่าขนม นม ฯลฯ เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้กับการใช้จ่ายเงินจริง ประสบการณ์จริงจะทำให้ลูกเข้าใจได้ง่ายและสามารถฝึกคิดเงินได้ในจำนวนที่มากขึ้น


ปล่อยให้ลูกตื่นสายจนไปโรงเรียนไม่ทัน


ในตอนเช้า คุณแม่ก็จะมีงานยุ่ง แล้วต้องคอยปลุกลูกทุกวัน ถึงแม้ว่าคุณแม่ปลุกแล้ว ลูกก็แสดงความรับรู้แต่ก็ยังไม่ยอมลุกจากที่นอน คุณแม่ก็ต้องคอยปลุกอีกจนลูกเบื่อ คุณแม่ก็อารมณ์เสีย


วิธีที่แนะนำคือให้ซื้อนาฬิกาปลุกให้ พร้อมสอนวิธีการใช้งาน แล้วตกลงกับลูกให้ลูกตื่นเองตามเวลาที่นาฬิกาปลุก ถ้าลูกไม่ตื่น ก็ปล่อยให้ลูกนอนต่อไป เมื่อลูกไปโรงเรียนสายแล้วโทษว่าคุณแม่ไม่ปลุก คุณแม่ก็ต้องบอกถึงข้อตกลงที่ให้ไว้ ถ้านาฬิกาปลุกแล้วลูกไม่ตื่น คุณแม่ก็เข้าไปปลุก การซื้อนาฬิกาปลุกมาก็ไม่เกิดประโยชน์ ลูกก็จะไม่เรียนรู้ในการตื่นเอง คิดว่าเดี๋ยวคุณแม่ก็มาปลุกอยู่ดี


การที่ลูกไม่ยอมทำอะไรด้วยตนเอง คุณแม่บ่นแต่ก็ทำให้ นั่นคือการเลี้ยงลูกแบบไข่ในหิน ลูกจะไม่สามารถรับผิดชอบตัวเองได้


ปล่อยให้ลูกทะเลาะกับเพื่อน


การที่ลูกทะเลาะกับเพื่อนจะทำให้ลูกได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม คุณแม่ควรคอยดูอยู่ห่างๆ ถ้าลูกอยากยึดของเล่นไว้คนเดียว คุณแม่ไม่ต้องไปคอยเตือนให้เขารู้จักแบ่งของเล่น ลูกจะเรียนรู้เองว่าถ้าไม่แบ่งของเล่น เพื่อนก็จะไม่เล่นด้วย


พ่อแม่บางคนสอนให้ลูกนึกถึงจิตใจของผู้อื่นหรือให้ใจดีกับคนอื่น แต่นั่นจะทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่ยอมคนอื่นไปทุกเรื่อง ภายนอกดูจะเป็นเด็กใจดี แต่ภายในใจจะรู้สึกไม่พอใจเมื่อต้องยกของเล่นให้เพื่อน


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเทคนิคเลี้ยงลูกให้ดูแลตัวเองได้ของคุณแม่ญี่ปุ่น นี่เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น หากต้องการเรียนรู้เเทคนิคอื่นๆเพิ่มเติม สามารถยืมอ่านได้ที่ห้องสมุดมารวยครับ