แดเนียล จาง ว่าที่ประธาน อาลีบาบา ปี 2020

จิตติมา ยอดปราง
04 Jun 2019

ที่มา: วารสารMarketPlus ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2562


โดย: กองบรรณาธิการ


เมื่อวันที่ 10 เดือนกันยายน ปี 2018 ที่ผ่านมา แจ็ค หม่า (Jack Ma) ประกาศตัวทายาททางธุรกิจของตนเองว่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ คนต่อไปของอาลีบาบา กรุ๊ป คือ แดเนียล จาง (Daniel Zhang) วัย 46 ปี จะเข้ามารับตำแหน่งประธานบริษัทแทนเขา ณ วันที่ 10 กันยายน 2019 หรืออีกประมาณ 6 เดือนเท่านั้น


สำหรับพันธกิจของอาลีบาบา กรุ๊ป นั้น ได้ตั้งเป้าทำให้ทุกคนสามารถทำธุรกิจได้อย่างสะดวกสบายจากที่ไหนก็ได้ และตั้งเป้าว่าจะเติบโตอย่างยั่งยืนไปกว่า 102 ปี ซึ่งเป้าหมายนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเลือนลอย เพราะเมื่อพิจารณารายได้ของอาลีบาบา กรุ๊ป จะพบว่ามีสูงถึง 39,900 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ ปีงบประมาณสิ้นสุดงวดเมื่อเดือนมีนาคม 2018


ส่วนภารกิจของแจ็ค หม่า จากเดือนกันยายนปีก่อน ถึงเดือนกันยายนปีนี้ ล้วนเป็นไปเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับสาธารณชนว่า ช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่การสืบทอดตำแหน่งประธานบริษัทนั้น แดเนียล จาง Successor ที่เขาคัดเลือกนั้นจะเป็นไปอย่างราบรื่น ก่อนหน้านี้ แจ็ค หม่า ได้เขียนสารยืนยันความสามารถของทายาททางธุรกิจว่า


“นับตั้งแต่ แดเนียล จาง ขึ้นมาเป็นซีอีโอของอาลีบาบา กรุ๊ป อาลีบาบามีการเจริญเติบโตทางธุรกิจต่อเนื่องติดต่อกันมาโดยตลอดถึง 13 ไตรมาสแล้ว สะท้อนถึงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ของเขาที่จะนำอาลีบาบาให้สามารถประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่วางไว้”


ที่มาของการเตรียมทายาททางธุรกิจนี้ แจ็ค หม่า ได้เตรียมแผนสืบทอดการบริหารมาร่วม 10 ปี ผ่านการคัดสรรและพัฒนาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับอาลีบาบาและเป็นการประกาศลงจากตำแหน่งของแจ็ค หม่า มีขึ้นในช่วงที่ธุรกิจเทคโนโลยีของจีนตกอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอน หุ้นบริษัทอาลีบาบาและบริษัทชั้นนำรายอื่นได้รับผลกระทบจากความกังวลต่อเศรษฐกิจของจีนและการจับตาธุรกิจที่มากขึ้นของรัฐบาล


หากอยากรู้ว่า ผู้นำของอาลีบาบาสองคนนี้แตกต่างกันอย่างไร ก็ต้องขออ้างอิงงานเขียนของ ดันแคน คลาร์ก ผู้เขียนหนังสือ Alibaba: The House That Jack Ma Built (ห้องสมุดมารวยมีให้บริการครับ) พูดถึงคนสองคนนี้ว่า


แดเนียล จาง เป็น คลาร์ค เคนท์ ภาคใส่แว่นหนา ท่าทางเนิร์ดๆ ยังไม่แปลงร่างเป็นซูเปอร์แมน เนื่องจากเป็นคนที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ทำตัวไม่ให้คนสนใจ และเป็นคนเงียบๆ มีจิตใจอ่อนโยน.....lส่วน แจ็ค หม่า เป็นซูเปอร์แมนไปเลย ด้วยว่าเป็นคนที่มีสีสันและความสามารถพิเศษ แจ่มจริงอะไรจริง ทำนองนั้น


อย่างไรก็ตาม ด้วยความเป็นครูอย่างเข้มข้นในตัวของเขาบวกกับใจที่เปิดกว้างจึงทำให้เขากล่าวได้อย่างไม่ลังเลว่า “คนที่เป็นครูมักต้องการ ให้ลูกศิษย์ก้าวหน้ามากกว่าตัวเอง ดังนั้น ความรับผิดชอบของผมและบริษัทคือ ปล่อยให้คนรุ่นใหม่ๆ ที่มีความสามารถมีพรสวรรค์รับบทบาทผู้นำไป”


ทั้งนี้ ผลงานที่โดดเด่นของ แดเนียล จาง มีหลายประการ อาทิ


- ดูแลบริษัทในทุกด้านเพื่อให้วิสัยทัศน์ของแจ็ค หม่า ได้แปรเปลี่ยนเป็นชิ้นงานจริงๆ และยังดูลึกไปในรายละเอียด แถมยังปั้นให้ประสบความสำเร็จอีกด้วย


- การริเริ่มทำกิจกรรม Double หรือ 11:11 (11 พ.ย.) ที่พัฒนามาเป็นวันลดราคา คนโสดจีน ที่สร้างสถิติยอดขายใหม่ทุกปีต่อเนื่อง


- เป็นคนที่ผลักดันแพลตฟอร์ม B2C ของ Tmall จากเว็บไซต์ช็อปปิ้งเป็นค้าปลีกออนไลน์ อีคอมเมิร์ซที่ชุมนุมสินค้าทั้งแบรนด์อินเตอร์-แบรนด์จีน จนประสบความสำเร็จ รวมทั้งยังได้ปรับเปลี่ยนนิสัยการช็อปปิ้งของคนจีนจากที่นิยมซื้อของถูกมาเป็นของที่มีคุณภาพมากขึ้น


- การเดินกลยุทธ์รีเทลแบบใหม่ที่ใช้กลยุทธ์แบบ O2O เพื่อเชื่อมต่อร้านค้าออฟไลน์เข้ากับโลกออนไลน์


- การเข้าซื้อกิจการเดลิเวอร์รี่ Ele.me, ซูปเปอร์มาร์เก็ต Hema


สำหรับโปรไฟล์ของ แดเนียล จาง ก็ถือว่าน่าสนใจ นับจากประวัติการศึกษาที่จบด้านการเงินจาก Shanghai University of Finance and Economics ก่อนมาทำงานที่อาลีบาบา ก็เคยเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินที่บริษัทเกมในจีน Shanda Interactive และเคยเป็นผู้จัดการอาวุโสที่บริษัทที่ปรึกษา PwC ในเซี้ยงไฮ้ ก่อนจะร่วมงานกับเว็บไซต์เถาเป่า ซึ่งเป็นบริษัทลูกของอาลีบาบา ในปี 2007 ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ต่อด้วยประธาน Tmall.com เว็บไซต์ค้าปลีกในเครือ ประธานฝ่ายปฏิบัติการของอาลีบาบา และรับตำแหน่งซีอีโอของอาลีบาบาต่อจากโจนาธาน ลู เมื่อ 3 ปีที่แล้ว


ขณะที่แจ็ค หม่า หนึ่งในมหาเศรษฐีอันดับต้นของจีนที่มีมูลค่าความมั่งคั่งถึง 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐนั้น มีสถานะเป็นพาร์ทเนอร์ตลอดชีพของ Alibaba Partnership และเป็นสมาชิกของคณะกรรมการพาร์ทเนอร์ชิพ ปัจจุบัน Alibaba Partnership ประกอบด้วยพาร์ทเนอร์ 36 ราย ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของอาลีบาบา กรุ๊ปของบริษัทในเครือ


แจ็ค หม่า กล่าวว่า “ระบบพาร์ทเนอร์ชิพอาลีบาบาพัฒนาขึ้นนั้นเป็นทางออกเพื่อสร้างสรรค์ต่อการมีบรรษัทภิบาลที่ดีและมีความยั่งยืน เพราะได้ช่วยให้ก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่างๆ ที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องประสบ ไม่ว่าจะเป็นด้านการสร้างนวัตกรรมที่ต่อเนื่อง การสืบทอดความเป็นผู้นำ การรับผิดชอบ และการสืบสานวัฒนธรรม หลายปีที่ผ่านมาการจัดรูปแบบการบริหารของเราได้ทดลองและปรับปรุงเพื่อหาสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการเน้นระบบและการเน้นตัวบุคคล การพึ่งพาบุคคลอย่างเดียวหรือการใช้แต่ระบบไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพื่อการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว เราต้องการสมดุลที่เหมาะสมระหว่างระบบ คน และวัฒนธรรม ผมมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าระบบพาร์ทเนอร์ชิปและความพยายามในการที่จะธำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมของเราจะช่วยเรา แล้วในที่สุดก็จะนำมาซึ่งความรักและการสนับสนุนจากลูกค้า พนักงานและผู้ถือหุ้นของเรา”