50 สุดยอดบริษัทมหาชนแห่งเอเชีย

จิตติมา ยอดปราง
27 Jun 2019

ที่มา: วารสารForbes Thailand ฉบับเดือนตุลาคม 2561


โดย: John Koppisch และ Andrea Murphy เรียบเรียงโดย : ธรรดร โสตถิอำรุง


 


เมื่อพูดถึงเอเชียแปซิฟิกมักจะรู้สึกว่าจีนเป็นผู้ครองอำนาจ และถ้าพูดถึงลิสต์ประจำของเรา ซึ่งรวบรวมรายชื่อบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ดีที่สุด ตั้งแต่ในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ไปจนถึงอินเดีย เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องจริง เพราะจีนครองพื้นที่ในรายชื่อได้มากที่สุดอีกครั้ง โดยมีบริษัทจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าลิสต์มา 30 จาก 50 บริษัท เพิ่มขึ้นจาก 28 บริษัทในปีที่แล้ว


และนี่เป็นอีกครั้งที่บริษัทดาวเด่นซึ่งฉายแสงสดใสที่สุดคือ Tencent กับ Alibaba ยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตจากจีนทั้งสองรายมีมูลค่าหุ้นตามราคาตลาดเพิ่มขึ้นมหาศาลและทำกำไรได้สูงกว่าบริษัทอื่นๆ ในลิสต์อย่างมาก โดยกำไรสุทธิของ Tencent พุ่งขึ้น 71% เมื่อปีที่แล้ว เป็น 1.06 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่กำไรสุทธิของ Alibaba เพิ่มขึ้น 49% เป็น 9.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ


เมื่อจีนครองลิสต์ก็ทำให้ประเทศอื่นถูกเบียดตกไป ลิสต์ในปีนี้ประกอบด้วยบริษัทจาก 7 ประเทศเท่านั้น ซึ่งลดลงจาก 12 ประเทศ ในปี 2016 บริษัทไต้หวันไม่ติดโผเลย เป็นครั้งแรกตั้งแต่เราเริ่มทำลิสต์ Asia's Fab 50 Companies เมื่อปี 2005 แต่สำหรับ 17 บริษัทที่เพิ่งเข้าลิสต์มาเป็นปีแรก มี 9 บริษัทที่ไม่ได้มาจากจีน อินเดียครองพื้นที่ในลิสต์ได้มากเป็นอันดับ 2 อีกครั้ง ด้วยจำนวน 7 บริษัท ซึ่งลดลงจากปีที่แล้ว 1 บริษัท บริษัทญี่ปุ่นแทรกเข้ามาได้ 5 บริษัท ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุด นับตั้งแต่ปี 2007 โดยมี 3 บริษัทในกลุ่มนี้ เป็นบริษัทที่เพิ่งเข้าลิสต์มาใหม่และก่อตั้งเมื่อปี 1997 เท่านั้น ส่วนเวียดนามนั้น ก่อนปี 2016 เวียดนามไม่เคยมีบริษัทเข้าลิสต์ Fab 50 แต่ในคราวนี้มี 3 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในปีนี้ด้วย


เมื่อกระแสทุนนิยมปั่นป่วน ย่อมหมายถึงมีบริษัทส่วนหนึ่งที่ปรับตัวไม่ทัน จึงทำให้ปีนี้บริษัทขาประจำสอบตกไป 4 แห่ง ได้แก่ HDFC Bank จากอินเดียซึ่งเคยเข้าลิสต์มา 11 ครั้ง Naver จากเกาหลีใต้ซึ่งเคยเข้าลิสต์มา 8 ครั้ง และ Baidu กับ Great Wall Motor ซึ่งเคยเข้าลิสต์มาบริษัทละ 6 ครั้ง


สำหรับบริษัทที่จะเข้ามาเป็น Fab 50 ได้นั้น เราเริ่มคัดจากบริษัทมหาชน 1,744 แห่งที่มีรายได้อย่างน้อย 2 พันล้านเหรียญต่อปี และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วอย่างน้อย 1 ปี จากนั้นตัดบริษัทที่ขาดทุนหรือมีรายได้ต่ำกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้วออกไป ต่อมาเราโยนบริษัทซึ่งมีหนี้สินระยะยาวสูงเกินครึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดหรือมีรัฐบาลถือหุ้นเกิน 50% ทิ้งไป เพราะเป้าหมายของเราเน้นเฉพาะบริษัทที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งดำเนินกิจการได้ดี บริษัทที่มีบริษัทแม่ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถือหุ้นมากกว่า 50% ก็โดนคัดออกด้วย สุดท้าย เราใช้ตัววัดผลด้านการเงินมากกว่า 12 รายการ เจาะลึกผู้ท้าชิงที่เหลือ เป้าหมายคือเพื่อให้ได้รายชื่อเกียรติยศสำหรับบริษัทกลุ่มบลูชิปที่มีผลประกอบการดีเยี่ยม สมเป็นที่สุดขั้นเทพของบรรดาสุดยอดของภูมิภาค


นี่เป็นตัวอย่างรายชื่อบริษัทที่อยู่ใน Asia's Fab 50 Companies ประจำปี 2018 ครับ


CHINA


AAC Technologies


เข้าลิสต์มาแล้ว: 3 ปี


อยู่ในลิสต์อย่างต่อเนื่อง: 3 ปี


อุตสาหกรรม: ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์


ยอดขาย: 3.1 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 1.38 หมื่นล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Koh Boon Hwee


Alibaba Group


เข้าลิสต์มาแล้ว: 3 ปี


อยู่ในลิสต์อย่างต่อเนื่อง: 3 ปี


อุตสาหกรรม: ค้าปลีกทางอินเทอร์เน็ต


ยอดขาย: 3.78 หมื่นล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 4.627 แสนล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Jack Ma


Dali Foods (เข้าใหม่)


อุตสาหกรรม: อาหารและเครื่องดื่ม


ยอดขาย: 2.9 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 9.8 พันล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Xu Shihui


บริษัทก่อตั้งเมื่อปี 1989 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อปี 2015 บริษัทจาก Fujian แห่งนี้ผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มจากฐานการผลิต 30 แห่ง พายกรอบตรา Dailyuan บิสกิต Haochidian และมันฝรั่งทอดกรอบ Copico เป็นผลิตภัณฑ์ที่โด่งดังที่สุด 3 อย่างของบริษัท และช่วยให้ Dali Foods Group สามารถเจาะตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้านำเข้า ปีที่แล้วบริษัทได้ขยายการผลิตไปสู่อาหารสุขภาพและออร์แกนิกส์ ทั้งเปิดตัวแบรนด์นมถั่วเหลือง Dou Ben Dou โดย Xu Shihui ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ที่ขณะนี้กลายเป็นมหาเศรษฐี ถือหุ้นร้อยละ 85 ร่วมกับภรรยาและลูกสาว บริษัทของเขาแทบจะไม่มีปัญหาหนี้สินi


HONG KONG


China Gas Holdings


เข้าลิสต์มาแล้ว: 4 ปี


อยู่ในลิสต์อย่างต่อเนื่อง: 2 ปี


อุตสาหกรรม: สาธารณูปโภคแก๊ส


ยอดขาย: 6.8 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 1.66 หมื่นล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Liu Ming-Hui


Sino Biopharmaceutical


เข้าลิสต์มาแล้ว: 3 ปี


อยู่ในลิสต์อย่างต่อเนื่อง: 3 ปี


อุตสาหกรรม: เภสัชกรรม


ยอดขาย: 2.2 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 1.66 หมื่นล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Theresa Tse, Tse Ping


INDIA


Ashok Leyland (เข้าใหม่)


อุตสาหกรรม: รถบัสและรถบรรทุก


ยอดขาย: 4.6 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 5.5 พันล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Dheeraj Hinduja


ผู้ผลิตยานพาหนะจากเมือง Chennai แห่งนี้ เป็นผู้ผลิตยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินเดีย และเป็นผู้ผลิตรถบัสใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ในปีงบประมาณที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทเติบโตก้าวกระโดดร้อยละ 34 จากโรงงานผลิต 9 แห่ง โดย 7 แห่งอยู่ในอินเดีย 1 แห่ง ในตะวันออกกลาง และ 1 แห่งในสหราชอาณาจักร บริษัทเป็นธุรกิจหลักของ Hinduja Group มี Dheeraj Hinduja ทายาทรุ่นที่ 3 ดำรงตำแหน่งประธาน บริษัทมีอายุครบ 70 ปีเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ Hindujas เพิ่งเข้าถือหุ้นเมื่อปี 1987


InterGlobe Aviation


เข้าลิสต์มาแล้ว: 2 ปี


อยู่ในลิสต์อย่างต่อเนื่อง: 2 ปี


อุตสาหกรรม: ขนส่ง


ยอดขาย: 3.6 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 5.3 พันล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Rahul Bhatia, Rakesh Gangwal


Tech Mahindra


เข้าลิสต์มาแล้ว: 4 ปี


อุตสาหกรรม: เทคโนโลยีสารสนเทศ


ยอดขาย: 4.8 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 1.02 หมื่นล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: C.P. Gurnani


JAPAN


CyberAgent


เข้าลิสต์มาแล้ว: 3 ปี


อยู่ในลิสต์อย่างต่อเนื่อง: 3 ปี


อุตสาหกรรม: บริการทางอินเทอร์เน็ต


ยอดขาย: 3.3 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 6.9 พันล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Susumu Fujita


Outsourcing (เข้าใหม่)


อุตสาหกรรม: บริการจัดหาพนักงาน


ยอดขาย: 2.1 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 2 พันล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Haruhiko Doi


ในปี 1997 Haruhiko Doi เริ่มธุรกิจจัดหาพนักงานที่เขายังดำรงตำแหน่งประธานและผู้บริหารสูงสุดจนถึงทุกวันนี้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมการผลิต วิศวกรรมและการบริการ ปัจจุบันมีบริษัทลูกถึง 88 แห่ง ใน 17 ประเทศ จาก 4 ทวีป เมื่อเดือนเมษายนบริษัทซื้อหุ้นร้อยละ 56 จาก OTTO Holding ซึ่งจัดหาพนักงานให้กับธุรกิจในเนเธอร์แลนด์และเยอรมนีผ่านเครือข่ายการจัดจ้างในยุโรปจะวันออก ปีที่แล้วยอดขายของบริษัทเติบโตร้อยละ 71.4 เป็นผลจากการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพรมแดนที่ขยายตัว


Welcia Holdings (เข้าใหม่)


อุตสาหกรรม: ร้านขายยา


ยอดขาย: 6.2 พันล้านเหรียญ


มูลค่าหุ้น: 4.8 พันล้านเหรียญ


ผู้บริหารสูงสุด: Takamitsu Ikeno, Hideharu Mizuno


สนใจดูรายชื่อบริษัทที่ติด Asia's Fab 50 Companies เพิ่มเติม และอ่านต่อได้ในวารสารForbes Thailand ฉบับเดือนตุลาคม 2561